วันเสาร์, ตุลาคม ๒๕, ๒๕๕๑

เที่ยว ปราก Prague กับเจ้าตัวน้อย 5 วัน 4 คืน - ตอนที่ 4 ปราสาทปราก

อ่านตอนเก่า ๆ ได้ที่

  1. เที่ยว ปราก Prague กับเจ้าตัวน้อย 5 วัน 4 คืน - ตอนที่ 1 เหนื่อยมากขอบอก
  2. เที่ยว ปราก Prague กับเจ้าตัวน้อย 5 วัน 4 คืน - ตอนที่ 2 ครึ่งวันแรก
  3. เที่ยว ปราก Prague กับเจ้าตัวน้อย 5 วัน 4 คืน - ตอนที่ 3 เที่ยววันแรก

หลังจากที่วันแรกชิมลางเดินเที่ยวเดินเล่นกันในเขต Old town square ของปรากเพื่อซึมซับ
บรรยากาศไปพอหอมปากหอมคอแล้ว แม่บ้านตื่นแต่เช้ามาจัดเตรียมข้าวของและอาหาร
ผมตื่นตามมาทีหลังไม่นานนัก แล้วช่วยภรรยาทำอะำไรก๊อก ๆ แก๊ก ตามแต่ที่จะทำได้โดยไม่
ขัดหูขัดตา เจ้าตัวน้อยยังหลับสนิทตามภาษาของเด็กตื่นสาย พฤฒิกรรมของเจ้าตัวน้อยนั้น
เรียกได้ว่าไม่หมดแรงไม่นอน และถ้าไม่ปลุกก็ยากที่จะลุก เนื่องจากพวกเราเลี้ยงลูกเองตลอด
ทำให้เข้าใจได้ว่า ถ้าเจ้านีรนอนไม่เต็มอิ่มหล่ะก็ การเที่ยวหฤโหดในวันนี้คงไม่ผ่าน คนมีลูกทุก
คนคงจะรู้ว่าเด็กนอนไม่เต็มอิ่มนั้นจัดการยากที่สุด

ภรรยาเป็นคนเตรียมของกินของใช้ ในขณะที่พ่อต้องรับผิดชอบเรื่องสิ่งของมีค่าทั้งหลาย เป็น
การแบ่งหน้าที่ที่ไ้ด้ทำกันมาหลายครั้งแล้ว โปรแกรมหลัก ๆ ของเราวันนี้ก็คือเที่ยวปราสาทปราก
ปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากที่พักเราไปก็ไม่ยากนั่งรถรางไปลงหน้าห้าง Tessco
แล้วต่อรถรางสาย 22 ขึ้นปราสาท การขึ้นรถรางนั้นจะต้องดูป้ายก่อนว่าเราขึ้นฝั่งถูกหรือเปล่า
หลัก ๆ ก็คือคุณควรจะมีแผนที่รถราง แล้วดูสุดสายไว้เทียบกับป้ายรถรางว่าไปทางเดียวกันกับ
เราหรือเปล่า ถ้านั่งผิดก็ไม่ต้องตกใจ ลงแล้วขึ้นใหม่ได้ เพราะรถรางที่นี่มีค่อนข้างถี่  พวกเรานั้น
ชำนาญการนั่งรถรางพอสมควรเพราะนั่งมาหลายเมืองหลายประเทศแล้ว การมีรถเข็นของเจ้า
ตัวน้อยจึงไม่มีปัญหาเท่าไหร่นัก แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

รถรางพาพวกเราขึ้นเขาไปผ่านป่าซึ่งเป็นวิวสองข้างทาง ไปยังที่ตั้งของปราสาท จากป้ายที่เรา
ลงนั้นก็จะต้องข้ามถนนเดินไปอีกสองสามร้อยเมตรก็จะถึงหน้าประตูปราสาท อากาศค่อนข้างดี
การเดินร้อยสองร้อยเมตรจึงไม่มีปัญหา

ก็เหมือนกับพระราชวังทั่วไปที่จะต้องมีทหารยืนไว้ให้แขกที่มาเยี่ยมเยียนถ่ายรูป  สิ่งที่ผู้คน
ชอบมากก็คือรอดูทหารเปลี่ยนเวร แต่เราไม่ได้ดูเพราะดูจนเบื่อหลายที่แล้ว อย่างไรก็ตาม
ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อย

เมื่อเข้าด้านในชั้นนอกก็จะเห็นยอดโบถส์สีดำทะมึนตั้งโชว์ยอดอยู่ตรงหน้า โบถส์นี้แหละ
ที่เป็นสิ่งที่มองเห็นชัดที่สุดของบริเวณปราสาทจากระยะไกล  เนื่องจากเรามาถึงปราสาทปราก
ค่อนข้างสาย ทางเข้าโบสถ์จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่อคิวเพื่อเข้าไปชมความงามของโบสถ์ ซึ่ง
ตัวโบสถ์มันเข้าฟรี คนจึงเยอะเป็นพิเศษ พวกเราเลยตัดสินใจยังไม่เข้า แค่ดูเวลาปิดไว้แล้ว
เดี๋ยวกลับมาใหม่

โบสถ์ด้านนอกซึ่งเหมือนกันทั่วยุโรป เราเดิมชมรอบ ๆ ตัวโบสถ์ก่อน โดยพยายามดูให้รอบ ๆ
จะได้ไม่ต้องดูซ้ำสอง

รูปปั้นที่ดูน่ากลัวรอบ ๆ โบสถ์

และแน่นอนตามธรรมเนียมไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องมีบางส่วนปิดซ่อม ใครโชคดีก็เจอส่วนที่
ไม่สำคัญซ่อมอยู่ ใครโชคร้ายก็เจอส่วนไม่สำคัญ เที่ยวนี้เราก็เจอบางส่วนปิดซ่อมเหมือนกัน

เนื่องจากเรามี Prague Card เราจึงวางแผนเที่ยวให้หมด ผมซื้อสติกเกอร์สำหรับถ่ายรูป
ราคาสองยูโรไว้ติดตัวด้วย เผื่อเอาไว้เวลามีเจ้าหน้าที่มาเตือนจะได้โชว์ ภายในปราสาท
ปรากนั้นไ่ม่น่าดูเท่าไหร่นัก อยู่ในสภาพที่กำลังปรับปรุง จุดที่ผู้คนให้ความสนใจมากกว่า
ก็เห็นจะเป็นจุดชมวิว ซึ่งสามารถมองทิวทัศน์ของปรากได้ในมุมกว้างเห็นหลังคาสีส้มได้
ทั่ว

สำหรับช่วงแรกของการเที่ยวปราสาทปรากนั้น ผมไม่ค่อยจะประทับใจเท่าไหร่ เพราะ
ไม่ค่อยมีอะไรให้ดู

เอาเป็นว่าดูรูปไปพลาง ๆ จุดต่อไปที่เราจะไปเที่ยวกันนั้น ยังอยู่ในปราสาทปราก
แต่เป็นส่วนที่ผมชอบมาก ๆ นอกจากมีเรื่องราวมากมายยังมีสิ่งของให้ดูเยอะแยะ
ไปหมด นั่นคือส่วนของบ้านศิลปิน หรือที่เรียกว่า Golden Lane นั่นเอง

Golden Lane นั้นชื่อที่คนไทยรู้จักก็คือบ้านศิลปิน ภาพแรกเห็นของตรอกเล็ก ๆ แห่ง
นี้ก็คือตึกแถวหลังเล็ก ที่มีสินค้าหลากหลายไว้บริการแขกผู้มาเยือน ซึ่งเด่นที่สุดเห็นจะ
เป็นร้านที่ขายชุดนักรบโบราณ เพราะว่าพอเข้าตรอกบ้านศิลปินมาก็จะเจอชุดเกราะนัก
รบโบราณชี้ชวนให้ขึ้นไปดูข้างบน

คนขึ้นไปไม่เยอะมากหรอกครับ คงไม่กล้าขึ้น เพราะทางเดินทั้งแคบและมืด
ถ้าวัดขนาดของชุดเกราะ คนสมัยก่อนก็ไม่ได้ตัวเล็กอะไรแต่บ้านนั้นจะเล็ก ๆ
แคบ ๆ พอขึ้นไปด้านบนก็จะพบตู้โชว์ชุดเกราะ อาวุธ ต่าง ๆ ของนักรบโบราณ
เต็มไปหมด

ส่วนของโล่ห์

ที่ทรมานนักโทษ

ชุดเกราะเด็ก ชั้นสามในส่วนขายชุดเกราะที่ระลึก (ใครจะซื้อ)

ตู้โชว์ชุดนักรบโบราณ ที่มีป้ายบอกยุคสมัยและบอกด้วยว่าเป็นของใคร (น่าจะทำขึ้นใหม่)

จะเห็นว่าคนไม่เยอะ

ดูป้ายกันชัด ๆ

ในชั้นบนนี้ชุดที่เป็นจุดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นชุดเกราะของกษัตริย์
ซึ่งป้องกันการสูญพันธ์กันเลยทีเดียว

พอเดินเที่ยวส่วนชุดเกราะได้สักพัก เจ้าตัวน้อยก็ทำเรื่องอีกแล้ว คือปวดฉี่ขึ้นมา
ตอนนั้นอยู่ชั้นสอง ต้องอุ้มวิ่งลงมาข้างล่าง หาห้องน้ำไม่เจอ ทำไงได้ก็วิ่งไปฉี่
หลังตึก(ปราสาท) ค่อนข้างโล่งใจที่เจ้าตัวน้อยฉี่ตรงนี้ เพราะบริเวณหลังกำแพงนี้
ไม่บอกก็รู้ว่านอกจากเป็นหลังเขาแล้วยังเป็นส้วมสาธารณะของแขกผู้มาเยือน
อีกด้วย รู้ได้ด้วยกลิ่น

พอกลับมาที่ตรอกเราก็ไปดูร้านทำเครื่องแก้ว ร้านนาฬิกา และจุดที่สำคัญที่สุดที่
ผู้คนมักจะไม่รู้ ก็คือบ้านเลขที่ 22 สีฟ้าใส บ้านที่ทำให้ถนนแห่งนี้มีชื่อว่า ตรอก
ทองคำ ถ้าสังเกตดี ๆ บ้านนี้จะมีป้ายชื่อเจ้าของบ้านด้วย คือบ้านของ
Franz Kafka
นักเขียนชื่อดังมาก ๆ และได้มานั่งทำงานในบ้านหลังนี้ ผู้คนตา
น้ำข้าวมากมายพอเจอบ้านหลังนี้ก็ตรงรี่เข้าไปถ่ายรูปทีเดียว ในขณะที่คนเอเชีย
ให้ความสนใจกับบ้านหลัง ๆ เล็ก หน้าตาแปลก ๆ มากกว่า ที่ตรอกแห่งนี้ยังเป็นที่
อยู่ของนักเขียนโคลงกลอนรางวัลโนเบลอีกคนนึ่งคือ Jaroslav Seifert ด้วย

พอจบจากบ้านศิลปินแล้ว เราก็เดินวนไปเที่ยวด้านหลังปราสาทจะคนไทย
หลายคนที่มาประชุมวิชาการที่นี่ (มีอาจารย์หมอมาประชุมที่นี่ร่วมสองร้อยคน) ก็
โชคดีเหมือนกันที่ได้เจอกับกลุ่มของน้องชาย แล้วเราก็ย้อนกลับไปยังโบสถ์ที่เรา
เดินผ่านมาตอนแรก การเที่ยวปราสาทปรากครึ่งแรกก็จบลงเท่านี้

ไม่มีความคิดเห็น: