แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคาร, พฤศจิกายน ๑๑, ๒๕๕๑

กลางกลวงกับตีกินอวุโส

อ่านบทความในมติชนเป็นปกติ มติชนเป็นสื่อที่ไม่เป็นกลาง แต่เป็นสื่อที่ยอมให้ทั้งสี่ฝ่ายสามารถ
เข้ามาต่อสู้ในเวทีของตนได้ คนอ่านต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย หลังจากที่ช่วงหนึ่งคุ้ยความไม่ดีของ
ฝ่ายรัฐบาลหนักหน่อย ตอนนี้ฝ่าย พธม. ก็โดนคุ้ยเยอะหน่อย ยิ่งเรื่องชนชั้นสูงลดตัวมาให้คนขับ
รถไฟปลุกระดมยิ่งเป็นสิ่งที่น่าตลกยิ่งนัก ดีที่มีข่าวผีโกตั๊กมากลบ นี่ถ้าผมเป็นเจ้าของโกเต๊กผม
ฟ้องไปแล้ว

คราวนี้มาดูกลางกลวงระดับอวุโสบ้าง

"มหาสยามยุทธ" โดย นพ. ประเวศ วะสี

อ่านแรก ๆ ไม่ได้ดูชื่อคนแต่ง (ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะอ่านได้ ไม่ใช่บทความทุกเรื่องจะอ่านดี)
อ่านจบรู้สึกดี ก็เลยอยากรู้ว่าใครแต่ง กลายเป็นราษฎรอวุโส ท่านนี้ ถ้าท่านทิ้งช่วงอีกสักหน่อย
ให้ข่าวปฏิวัติมันซาลงอีกซักหน่อย ก็จะดีนะครับ เขียนออกมาตอนนี้นอกจากจะไม่กู้ชื่อแล้วยังทำ
ให้ซากเน่าอีก

วันพุธ, ตุลาคม ๒๙, ๒๕๕๑

ชัดไหมครับพี่น้อง

"ถ้ารักในหลวงให้ อยู่ชุมพร ไม่ต้องไปที่อื่น รักในหลวงให้อยู่บ้าน รักในหลวงให้กลับบ้าน คุณไปแสดงพลังตรงนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย รังแต่จะทำให้เกิดความแตกแยก ผมกล้าพูดตรงนี้เพราะผมเป็นตัวจริงเสียงจริงนะครับ รับพระราชกระแสมาเองว่า พวกเราต้องขยาย ทำอย่างไรให้เขาทราบว่า เรามีหน้าที่และทำหน้าที่อะไร ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ผมรู้อย่างเดียวว่า ผมอยู่พรรคในหลวง และพรรคนี้ใหญ่โตมาก"

ดิสธร วัชโรทัย

ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันพุธ, ตุลาคม ๑๕, ๒๕๕๑

รบแล้ว จะหลอกจะจริงก็รบแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนจริง ๆ

ขอให้คุณพระคุ้มครองทหาร(ถอดเครื่องแบบก็คือประชาชน)ทั้งสองฝ่าย(ทั้งไทยและเขมร)ไม่ให้ต้องสูญ
เสียอวัยวะหรือชีวิตเลย

 

ข่าวดีมาก ๆ ช่วงเวลาเดียวกันข่าวร้ายข้างบน ECC 2009 เลื่อนเวลาส่งไปถึง 2 พฤศจิกายน โน่น
อย่างว่ามันประกาศผลตั้งมีนาคม 2009 อะไรจะบังคับให้ส่งเร็วขนาด

วันเสาร์, ตุลาคม ๑๑, ๒๕๕๑

คนไทยควรอ่าน ก่อนจะสายเกินแก้

คำแปล “สมเด็จพระเทพฯ ทรงตอบคำถามสื่อนอก” อีกหนึ่งเวอร์ชั่น (ต้นฉบับจาก boston.com สำนัก
ข่าวเอพี)

Thailand princess speaks at Connecticut school

หรืออ่านได้จากข่าวสด

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_newsonline.php?newsid=TVRJeU16Y3dPRGcxTXc9PQ==

The princess was asked at a press conference following her talk whether she agreed with protesters who say they are acting on behalf of the monarchy.

"I don't think so," she replied. "They do things for themselves."

สมเด็จ พระเทพฯ ทรงได้รับการถามในการประชุมแถลงข่าวแห่งหนึ่งหลังจากการอภิปราย
ว่า พระองค์ทรงเห็นด้วยหรือไม่กับผู้ชุมนุมที่อ้างว่าพวกเขากระทำการในนามหรือ แทน
สถาบันหรือระบอบกษัตริย์

“ข้าพเจ้าไม่คิดเช่นนั้น” พระองค์ทรงตอบ “พวกเขากระทำ(สิ่งใดก็ตาม)ในนาม(แทน)ตัว
พวกเขาเอง”

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรตระหนักถึงคือราชินีของเราทรงบริจากราชทรัพย์ให้กับทั้งผู้บาดเจ็บของผ่าน พธม. และทรงบริจาคราชทรัพย์ให้ตำรวจที่บาดเจ็บด้วย

ศัพท์ที่ควรรู้ “on behalf of” แปลว่า ในนามของ  ส่วน “They do things for themselves."
คงไม่มีใครแปลผิด

สิ่งที่ควรรู้ มีคนพูดว่าเป็นทหารในสมเด็จ… จากฝ่าย… คนพูดเป็นแกนนำ

ส่วน … เล่นเกมอะไรอยู่ หรือ … ก็แตกแยกเหมือนกัน

วันศุกร์, ตุลาคม ๑๐, ๒๕๕๑

จัด University Ranking อย่างไรให้ดูดี

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับจุฬาฯ ก่อนที่ได้อันดับ 166 โดยการจัดของ Times Higher
Education ถ้าถือตามนี้ จุฬาฯ ดีกว่ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศหลาย ๆ มหาวิทยาลัย
ที่คนไทยนิยมไปเรียนด้วย

การจัดอันดับจะดีหรือไม่ดีนั้นต้องดูที่ดัชนีชี้วัด ว่าวัดด้านไหนอย่างไร ถ้าให้ความสำคัญกับรางวัล
โนเบล แค่นี้ลำดับก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อนึ่งการจัดของ Times Higher
 Education นั้นใช้ดัชนีตลก จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ใช้จำนวนนักศึกษาต่างชาติ
จำนวนอาจารย์ต่างชาติ  จำนวนอาจารย์ต่อนักเรียน เหล่านี้เป็นเรื่องที่มีเงินมากก็อันดับขึ้นได้
สบาย มหาวิทยาลัยไหนงบน้อยอันดับก็ตกถ้าตามตารางนี้

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกทำมาหลายปี เน้นเพื่อธุรกิจแน่นอนไม่ต้องเถียงกัน เมื่อไม่นาน
มานี้เยอรมันเริ่มมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศของตัวเองบ้าง คงเน้นที่การดูข้อดีข้อเสีย
ของมหาวิทยาลัยตัวเอง คนเยอรมันไม่ค่อยจะยอมรับอันดับเหล่านี้เท่าไหร่ บางคนพอบอกว่าที่
นั่นเป็นอันดับหนึ่ง อาจจะมีการหัวเราะงอหาย  การจัดอันดับของเยอรมันจึงออกมาเป็นการให้
เกรด และเน้นแยกประเภทของดัชนีชี้วัด

ใครอยากรู้ว่าการจัดแบบไม่เน้นธุรกิจเป็นอย่างไร ไปดูได้ที่ CHE University Ranking 
แล้วก็จิ้ม ๆ เอา คุณสามารถจัด Ranking โดยตัวคุณเองโดยเลือกดัชนีชีวัดเอง ซึ่งการจัดแบบ
นี้น่าจะเหมาะสมมากสำหรับเมืองไทย นักเรียนสามารถเลือกมหาวิทยาลัยได้ตรงตามความต้อง
การของตัวเอง

อันที่จริงถ้าเรียนระดับปริญญาตรี  การจัดของ Times Higher Education จะดูดีและมี
ประโยชน์มาก แต่พอเปลี่ยนเป็นระดับ โท เอก แล้ว ควรจะให้ความสำคัญกับจำนวนการตีพิมพ์
และการได้รับการอ้างอิง เป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนั่นแสดงว่าอาจารย์ของคุณนั้น
ได้รับการยอมรับในระดับสากล

เพิ่มเติม ผลการจัดอับดับมหาวิทยาลัยไทย โดย สกอ.

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม ๐๙, ๒๕๕๑

ตรวจสอบผลโพลโดยมติชน

บอกก่อนว่าโดยส่วนตัวแล้วชอบอ่านมติชน online มาก ไม่ใช่เพราะข่าวของสำนักนี้ดี หรือถูกต้อง
บ่อยครั้งที่พบข่าวไร้คุณภาพ หรือข่าวสนับสนุนเรื่องงมงาย  แต่ที่ชอบเพราะข่าวมีหลากหลายและ
ไม่เลือกข้าง คือเนื้อข่าวจะเลือกข้างอย่างไรไม่สำคัญ แต่ต้องให้โอกาสทุกข้างได้แสดงออก ซึ่ง
อย่างหลังสำคัญกว่า และพบได้ในมติชน

ล่าสุดพบบทความของคุณ สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ วิเคราะห์ผลโพล แล้วก็ขำเรื่องการทำโพลของ
บางคนนะครับว่าง ๆ ก็ไปอ่านดู

วันจันทร์, กันยายน ๒๒, ๒๕๕๑

ชอบ

ผมเขียนไปหลายทีแล้วว่า คนไทยจำนวนหนึ่งหวังดีแต่คิดไม่ครบ คือเราแหกปากว่า “คนเลวออกไป ให้คนดีปกครองบ้านเมือง” แล้วกลับไปเล่นวินนิ่งกันต่อ โดยหวังว่า “คนดี” มันจะโผล่ออกมาจากสุญญากาศ ออกเป็นตัวเป็นๆ แล้วบริหารบ้านเมืองได้ทันทีเหมือนต้มบะหมี่

ชอบ ๆ  ต่อให้อีกนิด

เมื่อวานอ่านซ้อเจ็ดปะ …

ผมบอกแล้ว ว่ามีแต่คนเลว ๆ เท่านั้นที่แหกปากเรียกร้องหาคนดี เสร็จแล้วก็ด่าคนอื่นว่าเลวเพื่อให้ตัวเองดีขึ้นมา ส่วนวิธีการรักษา
ความดีก็คือ ชมเพื่อน ปกป้องคนรู้จัก ยกย่องคนที่เพื่อนว่าดี ด่าคนที่เพื่อนว่าเลว ก็เท่านั้น

เลิกด่าคนเลว แต่มาบอกซิว่า ตัวเองดีกว่าคนอื่นอย่างไร อย่าด่าคนเลวเลยถ้าตัวเองเลวกว่า ศีลห้ามีห้าข้อ ต้องเลวกว่าความเลวใด ๆ ทั้งหมด
ไม่มีความเลวใดเลวกว่าการผิดศีลห้าอีกแล้ว

ผมบอกได้เลยนะ ไอ้คนเลว ๆ ที่ต้องไปประชุมทุกวัน วันละสองเที่ยวสามที่ ประชุมถึงตีสองแล้วตื่นเช้ามาประชุมอีกเก้าโมงเช้า ที่สำคัญ
ถ้าไอ้คนนั้นมันต้องตัดสินใจอะไรวันหละหลาย ๆ เรื่อง ผมก็ยอมให้คนเลวคนนั้นบริหารผมได้นะ เพราะผมยังห่างชั้น

วันเสาร์, กันยายน ๐๖, ๒๕๕๑

เรามาเลือกข้างที่สี่กันดีกว่า

เห็นใคร ๆ ก็มีแถลงการณ์กัน มีหลายแบบทีเดียวไม่ว่าจะโทษรัฐบาล โทษ พธม. โทษนายกฯ
สุดท้ายก็ไม่มีใครยอมเสียสละตัวเอง การลาออกของ เตช บุญนาค ไม่ว่ามองทางด้านไหนก็
ไม่ควรลาออก

  1. ถ้าเห็นว่า ครม. เลวทั้งคณะ การที่มีคนที่ดีเข้าไปสอดแทรก ย่อมต้องทำให้เกิดการ
    ยับยั้งความเห็นที่จะไปในทางเดียว โดยเฉพาะถ้าคน ๆ นั้นเคยทำงานในฐานะฑูต
    ด้วยแล้ว การพูดในโอกาสต่าง ๆ ย่อมต้องไม่ได้ด้อยไปกว่า ชวน หลีกภัย แล้วจะพูด
    เพื่อผลักดันให้ ครม. เห็นคล้อยตามบ้างไม่ได้เชียวหรือ
  2. ถ้าเห็นว่าแกนนำ พธม. เลวทั้งคณะ การที่มีคนดีในสายตาของ พธม. ทำงานในครม.
    ย่อมต้องดีกว่าไม่มีคนที่ พธม. เห็นดีเห็นงามเลย ดูได้จากกรณีเขาพระวิหาร

เห็นได้ว่านายอนันต์ อดีตนายกฯ นั้นเห็นแก่ตัวสุด ๆ ที่บอกว่าคนดีในสายตาเขาไม่ควรจะไป
ทำงานร่วมกับคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นโจร เพราะถึงจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ คนเหล่านั้นก็สวมหัวโขน
ในการบริหารประเทศ จะสั้นจะยาวก็ต้องมีการตัดสินใจ

ภาพของความเห็นแก่ตัวของคนชั้นนำของประเทศนั้นชัดเจนมาก ๆ ทำไมคนชั้นนำ คนที่มี
การศึกษาสูง คนที่สืบทอดมาจากนามสกุลที่สูงส่ง ไม่คิดจะเสียสละ กลัวแต่จะเปลืองตัว 
กลัวว่าทำอะไรผิดแล้วคนจะด่าหยาบคาย กลัวว่าเพื่อนจะว่าว่าไปเล่นของสกปรก 

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือกทางเลือกที่สี่ เพราะเราไม่ใช่รากหญ้า เราไม่ใช่ฝ่าย พธม. เราไม่
ใช่ฝ่ายนักวิชาการหรือผู้ดีบนหิ้ง พวกเราเป็นคนที่อยากให้ประเทศชาติเจริญในทิศทางที่ควร
จะเป็น พวกเราเองต้องเสียสละ

เรามาหาพรรคการเมือง จะตั้งใหม่ สนับสนุนพรรคเดิม หรือสนับสนุนกลุ่มคนในฝ่ายนักวิชา
การหรือผู้ดีบนหิ้งให้เสียสละบ้าง
(ไม่ได้พูดว่าสนการเมือง ก็ลงไปเล่นการเมืองสิ) มา
เปลืองตัวกับพวกเราบ้าง พูดง่าย ๆ เลือกคนดีเข้าสภาฯ แต่ไม่เสนอตัวให้พวกเราเลือก แล้ว
ก็ไม่ถูกใจพวกท่านอีก พวกท่านนั้นไม่ยอมเสียสละ พวกท่านไม่เคยเดือดร้อนไม่ว่านโยบาย
ของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เสียสละกันบ้าง

ว่าแต่พรรคไหนดีที่จะเป็นทางเลือกที่สี่

วันอาทิตย์, สิงหาคม ๑๐, ๒๕๕๑

เศรษฐกิจพอเพียงแต่ปาก

อ่านเว็บไอ้นักเรียนนอกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้วชอบในเนื้อหาที่เขาตอบอันเกือบสุดท้าย (ไอ้หนุ่ม
เนี่ย ค่อนข้างสับสนใจตัวเองพอสมควร เขาบอกว่าไม่ชอบเศรษฐกิจพอเพียง โดยการเอาพวก xxx มา
เป็นตัวอย่าง ซึ่งไม่เห็นเกี่ยว)

การที่พระองค์ทรงเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มันเป็นเรื่องที่ควรกระทำ เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้บอกให้ คนรวยเลิกทำตัวรวย แต่บอกให้คนจนอย่าทำแบบคนรวย ให้คนคิดถึงรายได้ที่ได้และราย
จ่ายที่จ่าย กรณีพระองค์ท่านยกเรื่องชาวสวนแบ่งสวนทำนา ทำไร่ นั้น เป็นการแนะนำว่าทำอย่างไร
ที่จะไม่ต้องดิ้นรนหาเงิน

พวก xxx ที่ว่าคือพวกที่เศรษฐกิจพอเพียงแต่ปาก กินข้าวนอกบ้านทุกวัน รายได้ไม่พอรายจ่าย แต่
แบมือของเงินที่บ้าน แต่รักในหลวงเหลือเกิน มีรถขับก็เพราะขอเงินพ่อแม่ซื้อ มีบ้านอยู่เพราะเป็นบ้าน
ของพ่อแม่แต่ไม่ได้คิดจะช่วยที่บ้านทำงาน หรือแบ่งเบาภาระในการทำงาน

ส่วนพวก yyy คือพวกที่ทำแบบพวก xxx แต่ไม่รักในหลวง

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่า เรื่องแบ่งรายได้ห้ากอง เรื่องทำอย่างไรถึง
จะรักษาวินัยของเงินห้ากองนี้ไว้ได้

  1. สำหรับใช้จ่าย
  2. สำหรับเก็บออม
  3. สำหรับบุพการี
  4. สำหรับสังคม
  5. สำหรับโยนทิ้งน้ำ

ในสังคมมีพวก xxx และ yyy นั้นมีอยู่มากมายในสังคม แต่นั่นไม่ได้หมายความการด่าพวก xxx และ
พวก yyy แล้วจะทำให้เราเลิกเป็นพวก xxx หรือ yyy เรื่องพวกนี้ต้องไม่ประมาทต้องระวังตัวอยู่เสมอ
เพราะความอยากได้ อยากเที่ยว นั้นเกิดขึ้นอยู่ร่ำไป ต้องบรรลุโสดาบันก่อนถึงจะรักษาศีลห้าได้
อย่างบริสุทธิ์ (ยอมตายไม่ยอมผิดศีลห้า)  บางทีเราด่าพวก xxx นั้นก็เพราะว่าอิจฉาก็ได้ พวกนี้ปั้มเงิน
ได้ใช้ไงก็ไม่มีหมด ฮา

วันอังคาร, กรกฎาคม ๒๒, ๒๕๕๑

ระบบการสอบที่ผมเคยเจอ

เนื่องจากผมเรียน ป.ตรีในเมืองไทย ป.โทที่อังกฤษ และกำลังเรียน ป. เอก ที่เยอรมัน ดังนั้นผมจึงผ่าน
ระบบการสอบในระดับ ป.ตรี และ ป.โท ของทั้งสามประเทศมา จึงนำมาเขียนสรุปซะหน่อย แต่เนื่อง
จากความแตกต่างนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศเท่านั้น แต่ยังขึ้นกับท้องที่ของแต่ละประเทศด้วย ดังนั้นจะ
เขียนเฉพาะเจาะจงลงไปกับสิ่งที่ได้เจอมาเท่านั้น

ระบบการสอบไทยที่เคยสัมผัส

ระบบการสอบของไทยถือได้ว่ามีความเป็นระบบมากที่สุด  มีหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดวัดสอบ
ห้องสอบ ที่นั่งสอบ และคนคุมสอบ ทำให้ความสับสนระหว่างนักศึกษา คนคุมสอบ อาจารย์ เจ้าหน้าที่
มีน้อย ผิดพลาดตรงไหนก็ตามไปตรงนั้นได้ ข้อเสียส่วนใหญ่ของระบบการสอบของไทยนั้นจะอยู่ที่
ตัวนักศึกษาเอง ซึ่งอัตราการทุจริตมีสูงมาก แต่เนื่องจากระบบประนีประนอมของไทยทำให้อาจารย์
ไม่กล้าที่จะลงโทษสถานหนักกับนักศึกษาเท่าไหร่ นักศึกษามีการทุจริตขนาดที่อาจารย์ต้องตามไป
ดูถึงห้องส้วม เพราะมีนักศึกษาที่จงใจโกงจำนวนหนึ่งเอาเฉลยไปใส่ไว้ในห้องส้วม แล้วผลัดเวียนกัน
ไปดูก็มี

การสอบของไทยจึงมีปัญหาที่ความซื่อสัตย์ไม่ใช่ที่ระบบ ถ้าจะให้ดีขึ้นควรมีการหยุดพักหลังจากเรียน
ก่อนการสอบ เท่าที่พบได้คือนักศึกษาบางกลุ่มอาจจะต้องเรียนวันนี้สอบพรุ่งนี้เลยก็มี

ระบบการประเมินข้อสอบของไทยค่อนข้างจะเป็นระบบ คือข้อสอบจะถูกประเมินจากภาควิชา การ
ให้คะแนนก็จะถูกประเมินจากคณะฯ ถ้าปฏิบัติได้เต็มที่ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ปัญหาคือเงื่อนของเวลา
ที่ค่อนข้างจำกัดมาก และอาจารย์แต่ละคนก็มีภาระการสอนค่อนข้างมาก  ครั้นจะใช้ระบบผู้ช่วยก็
จะพบได้บ่อยที่ผู้ช่วยสอนจะมีการโกงในหลาย ๆ รูปแบบให้กับนักศึกษาที่สนิทกัน

การแต่งกายเข้าสอบของเมืองไทยนั้นระดับ ป.ตรี ต้องแต่งชุดนักศึกษาเท่านั้น ระดับ ป.โท ให้แต่ง
กายสุภาพ และห้ามนำสิ่งของเข้าไปบริเวณสอบ ทั้งนี้และทั้งนั้นประเทศเราถือว่านักศึกษาระดับ ป.ตรี
ยังเป็นนักศึกษาที่ยังไม่โต

 

ระบบการสอบของอังกฤษที่เจอ

เนื่องจากสอบในฐานะผู้เรียนจึงไม่ได้รู้ระบบเท่าไหร่ ที่นี่คล้ายกับเมืองไทย คือมีตารางสอบที่ชัดเจน
มีสมุดคำตอบที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีการป้องกันอาจารย์มีสัมพันธ์ลึกซื้งกับนักศึกษาด้วยการที่
นักศึกษาสามารถปิดชื่อตัวเองไม่ให้คนตรวจเห็นได้

สิ่งที่ต้องพูดถึงคือเรื่องของเครื่องคิดเลข ที่สถาบันที่ผมเคยไปเรียนนั้นออกกฏเครื่องคิดเลขให้ใช้
ได้รุ่นเดียวยี่ห้อเดียว และเป็นรุ่นที่มีราคาถูก  เคยปรึกษากับอาจารย์ที่เมืองไทยปรากฎว่าระบบนี้ใช้
กับมหาวิทยาลัยของรัฐในไทยไม่ได้ เพราะจะถูกมองว่าฮั้วกับบริษัทขายเครื่องคิดเลข ซึ่งเป็นข้อหา
หนักอยู่เหมือนกัน และระบบดังกล่าวถ้านำมาใช้ในเยอรมันก็ยิ่งไม่ได้เลยเพราะขัดต่อเรื่องของเสรี
ภาพ

สำหรับข้อสอบที่ผมเคยเจอนั้นค่อนข้างจะดี คือนักศึกษามีสิทธิเลือกทำเฉพาะส่วนที่ตัวเองทำได้เช่น
มีข้อสอบสามข้อเลือกทำแค่สองข้อ หรือมีห้าโมดุลเลือกทำแค่สามโมดุล

ส่วนเรื่องการทุจริตในประเทศนี้นั้นไม่รู้ข้อมูล  ส่วนการแต่งกายนั้นตามใจสมัครและถ้าจำไม่ผิดคือ
ห้ามนำสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณสอบ

 

ระบบการสอบของเยอรมันที่เจอ

ระบบการสอบของเยอรมันเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนจัดการมาก ๆ ถ้าเทียบกันก็ถือว่าล้าหลังที่อื่น
เอามาก ๆ การสอบของเยอรมันนั้นไม่มีส่วนกลาง ส่วนกลางมีหน้าที่แค่จองห้อง ส่วนการจัดสอบนั้น
เป็นหน้าที่ของผู้สอน

ก่อนอื่นพูดได้เลยว่าการสอบของเยอรมันนั้นไม่มีระบบ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบก็ยังต้องเอามา
เอง ศาสตราจารย์ที่นี่มีหน้าที่สอนแค่นั้น ผู้ออกข้อสอบ ประเมินข้อสอบ ตรวจข้อสอบ คือนักศึกษา
ปริญญาเอก ทั้งแบบได้เงินและไม่ได้เงินเดือน

นักศึกษาของที่นี่คือพระเจ้า กล่าวคือทุกวิชาที่นี่จะเปิดสอบสองครั้งในหนึ่งปี ถึงแม้จะมีการสอน
แค่ครั้งเดียวก็ตาม ถ้าจำนวนนักศึกษาน้อย ศาสตราจารย์จะใช้วิธีสอบแบบปากเปล่า ถ้าเยอะจะใช้
วิธีสอบข้อเขียน สำหรับการสอบข้อเขียนนั้น นักศึกษาสามารถจะลงชื่อสอบได้ถึงเวลาเข้าสอบเลย
และถอนชื่อสอบได้หรือจะไม่เข้าสอบเอาดื้อ ๆ ก็ได้  ในขณะที่สอบปากเปล่าจะขอเปลี่ยนวัน เลื่อน
วัน ยกเลิกการสอบก็ทำได้ง่าย ๆ แค่ส่งอีเมลให้เลขาฯ ศาสตราจารย์เป็นอันจบ

มาดูการสอบข้อเขียน เด็กที่นี่สามารถนำอะไรเข้าห้องสอบก็ได้ เพียงแต่ต้องปิดมือถือ และไม่วาง
สิ่งอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องบนโต๊ะสอบ ส่วนกล้วย น้ำ ขนม ข้าวห่อ อื่น ๆ เอาเข้ามาไว้ข้างตัวได้หมด
และจะกินตอนไหนก็ได้  กระดาษคำตอบนั้นเด็กจะต้องเอามาเอง พอหมดเวลาคนคุมสอบก็จะต้อง
เอาที่เย็บกระดาษไปเย็บกระดาษคำตอบด้วย

ที่แย่มาก ๆ คือ การสอบจะเริ่มก็ต่อเมื่อคนคุมสอบเห็นว่านักศึกษาทุกคนพร้อมจะสอบ กว่าที่นักศึกษา
จะพร้อมก็เล่นเอาคนคุมสอบเหนื่อย เพราะที่นี่ไม่มีระบบที่นั่งสอบ มาก่อนได้ก่อน และเป็นการยากที่
จะจัดห้องสอบรองรับนักศึกษาได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นรหัสประจำตัวนักศึกษาก็มั่วมาก
เพราะนักศึกษามีอิสระในการเลือกลงวิชา จะลงเทอมไหนเมื่อไหร่ก็ได้ เลือกสอบข้ามมหาวิทยาลัย
ยังได้เลย ขอให้บอกมหาวิทยาลัยต้องทำตามนักศึกษา

ที่ภาควิชาฯ สองสามปีก่อนเกิดปัญหากับการเย็บกระดาษ เลยปรับปรุงให้มีกระดาษคำตอบเฉพาะ
ให้นักศึกษาขึ้น (เลขาฯ จะเป็นคนเข้าเล่มกระดาษคำตอบ) และพึ่งเริ่มมีการจัดระบบที่นั่งสอบมาใช้
เพราะห้องและจำนวนคนไม่พอ ดังนั้นต้องใช้ห้องให้เต็มประสิทธิภาพ

การออกข้อสอบและตรวจข้อสอบข้อเขียนนั้นค่อนข้างจะมีระบบที่ดี เพราะเริ่มจากศาสตราจารย์คิด
หัวข้อเอาไปให้นักศึกษาปริญญาเอกคิดรายละเอียด ทำเฉลย จากนั้นก็จะมีการทดลองทำข้อสอบ
โดยนักศึกษาป.เอกอีกกลุ่มหนึ่ง มีการประเมินและแก้ไขใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะได้ข้อสอบสุดท้าย
การตรวจก็จะมีการวางแผนการให้คะแนน ว่าทำอะไรตรงไหนจะได้กี่คะแนน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี  แต่
ต้องไม่ลืมนะครับว่าศาสตราจารย์เป็นแค่ผู้สอนและผู้ประเมินสุดท้ายเท่านั้น

ความเป็นพระเจ้าของนักศึกษาที่นี่ยังมีอีก คือนักศึกษาสามารถขอดูการตรวจข้อสอบได้หนึ่งครั้ง
ถ้าไม่เห็นด้วยกับการตรวจก็สามารถเถียงเพื่อเอาคะแนนเพิ่มได้ ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็สามารถส่งเรื่อง
ไปให้ศาสตราจารย์ได้ โดยส่วนใหญ่ศาสตราจารย์จะยอม เพราะถ้าไม่ยอมนักศึกษาจะฟ้องขั้นสูง
ต่อไปอีก นอกจากนั้นยังมีระบบในข้อเดียวกันผิดแล้วหักคะแนนแล้วจะหักซ้ำไม่ได้ ยกตัวอย่างถ้า
1.ก ผิด 1.ข ทำผิดแบบ 1.ก แต่ที่เหลือถูกหมด ข้อ 1.ข จะต้องได้เต็ม ซึ่งมีปัญหามากโดยเฉพาะ
ข้อสอบที่ต้องวาดรูป

นักศึกษามีสิทธิสอบแต่ละวิชาได้สี่ครั้ง คือสอบข้อเขียนได้ 3 ครั้ง ถ้าตก (ไม่มีการบันทึกการตกใน
ใบรายงานผลการศึกษา) อีกก็จะเข้าสอบปากเปล่าถือประเมินว่ามีความรู้หรือไม่ คือถ้าตกอีก
นักศึกษาคนนั้นจะถูกประเมินว่าไม่สามารถเรียนสาขาวิชานั้น ๆ ได้อีกต่อไปในประเทศเยอรมัน

มาถึงการสอบปากเปล่า การสอบปากเปล่าก็มีหลายระบบ สอบทีละกลุ่มสามคนก็มี สอบทีละคนก็มี
ใช้คอมพิวเตอร์สอบด้วยก็มี การสอบแต่ละครั้งกินเวลาประมาณ 30 นาที และคะแนนก็ให้กันหลัง
สอนในทันที การสอบจะมีนักศึกษา ป.เอก นั่งบันทึกการสอบและมีส่วนตัดสินใจเรื่องคะแนน ดู
เหมือนจะยุติธรรมดี แต่จริง ๆ แล้วการสอบแบบนี้ขึ้นกับอารมณ์ผู้ถามมาก ๆ เพราะบางครั้งถาม
คำถามยากขึ้นก่อน นักศึกษาก็จะลงนรกทันที นอกจากนั้นบางคนตอบผิด ตอบช้า คนถามก็จะ
ต้องแนะนำจนมั่นใจว่าไอ้นี้มันไม่รู้จริง ๆ บางทีนักศึกษาคิดนานทำให้เสียเวลาและถามคำถามได้
ไม่ครอบคลุมอีก แถมบางการการสอบของแต่ละคนห่างกันเป็นเดือนก็มี (ระบบนี้ถ้านำมาใช้เมือง
ไทย คนหลัง ๆ เต็มหมด)

สิ่งที่เยอรมันอยู่ได้และเจริญก็เพราะว่า นักศึกษาจะไม่คิดจะทุจริต การโกงการสอบถือเป็นเรื่อง
แปลกมาก ๆ ในเยอรมัน ซึ่งนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยสอน ช่วยออกข้อสอบ จะซึมซับ
เรื่องพวกนี้ไปโดยไม่รู้ตัว

สรุปเยอรมันโกงน้อยมาก ๆ ทำให้ระบบการสอบไม่ต้องมี เพราะระบบการสอบส่วนใหญ่คิดขึ้นมา
เพื่อลดโอกาสในการโกง

โอยยาว จบดื้อ ๆ แล้วกัน

วันพุธ, กรกฎาคม ๑๖, ๒๕๕๑

สับสน

มีคนหนึ่งพูดว่า

น่าสนใจมากว่าระหว่าง “ตรวจสอบเข้มข้นจนทำอะไรไม่ได้” กับ
“ไม่ตรวจสอบอะไรเลยจนโกงกิน” สังคมไทยจะหาจุดสมดุลย์ได้
ตรงไหน และอย่างไร

ผมว่าผู้พูดต้องสับสนอะไรบางอย่างแล้วครับ เป็นไปได้อย่างไรกับคำพูดแรกคือ “ตรวจสอบ
เข้มจนทำอะไรไม่ได้” มันจะเกี่ยวกันได้อย่างไร ตรวจสอบเข้มยิ่งต้องทำอะไรได้ถนัดมือถ้า
บริสุทธิ์ใจ 

ข้อเสียของระบบตรวจเข้มคือการไม่มีผู้ตรวจสอบผู้ตรวจสอบนั่นเอง ปัจจุบันผมเองไม่เข้าใจ
เรื่องกฎหมายของการหมิ่นศาล เป็นไปได้อย่างไรที่ศาลจะตัดสินโดยไม่มีผิดพลาด  ถ้าดูตาม
นี้แล้วผู้พิพากษาอาจจะเป็นอาชีพเดียวที่ให้คุณให้โทษคนอื่นได้โดยไม่ผิด ไม่มีใครสามารถ
ฟ้องร้องได้ อย่างดีก็ยื่นคำร้องต่อศาลที่สูงขึ้นไป ใครรู้ช่วยตอบด้วย

วันพุธ, มิถุนายน ๒๕, ๒๕๕๑

สุดยอดแห่งเดือน

ส่วนกรณีที่ครม.ยอมปรับปรุงถ้อยคำในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา โดยเปลี่ยนคำว่า
'แผนที่' เป็น 'แผนผัง' นั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า คิดว่าคงมีคนเริ่มดูเนื้อหาใน
แถลงการณ์อย่างละเอียดขึ้น หากตั้งใจดูจริงๆ ก็จะเห็น จึงมีความเป็นไปได้ที่รัฐมนตรี
บางคน จะเริ่มไหวตัวหลังดูแถลงการณ์ข้อ 4 ซึ่งเมื่อครม.มีทีท่าเช่นนี้คงต้องรอดูว่ามติ
ครม.ใหม่ที่ ออกมาจะส่งผลให้มี การปรับแถลงการณ์ร่วม 2 ประเทศหรือไม่ เรื่องนี้มัน
เผลอกันได้ ถ้าเผลอแล้วแก้ไขอย่างลูกผู้ชาย ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าชมเชย

ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล

จากมติชน 25 มิถุนายน 2551

ผมรู้แล้วจะเลือกใครเป็นผู้ว่า กทมฯ

วันอังคาร, พฤษภาคม ๐๖, ๒๕๕๑

Macbook AIR and Tablet PC

เพื่อนใช้ Fujitsu Life Book (Tablet PC) มาเป็นปีแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร CPU ก็เร็วปีที่ซื้อถือว่า
เร็วที่สุดแล้ว (2.0 GHz) น้ำหนักก็ไม่ถึงสองกิโลดี ใช้งานก็หลากหลาย เครื่องก็เล็ก ราคา
ก็ $1,9xxx ใช้งานแทน desktop ได้เลย (อาจจะซื้อจอมาเพิ่มเป็นจอที่สอง) แถมเขียนหน้าจอ
ได้อีกเวลาไปนำเสนอผลงาน

ในขณะที่ MBA และเครื่องแบบบางทั้งหลาย ไม่ว่าของ Levono Sony ทำอะไรได้น้อยกว่า
มาก เพราะออกแบบมาให้บาง กินไฟน้อย แต่ราคาพอกัน น้ำหนักอาจจะเบากว่ากันครึ่งกิโล
(มากเหรอ)

มีให้ซื้อกันทำไมเนี่ย ปิดท้ายด้วยวีดิโอขำ ๆ (ขำโคตร)

 

หมายเหตุ Tablet PC ไม่เคยเห็นวางขายในห้างในเยอรมันเลย

ชาวบ้านคลิตี้ ชนะคดีฟ้อง 'กรมควบคุมมลพิษ'

เรื่องนี้เคยลงในหนังสือสารคดีเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นก็ได้อ่านแล้วรู้สึกว่าชาวบ้านนั้นชะตาชีวิต
มืดมนจริง ๆ

ชาวบ้านคลิตี้ ชนะคดีฟ้อง 'กรมควบคุมมลพิษ' ศาลปค.สั่งชดเชยรายละกว่า 3 หมื่น
ข่าวจากมติชน หนังสือพิมพ์ดีแต่บ้าโหรไปหน่อย

ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับข่าว เคยบอกไปแล้วว่าเมืองไทยอั้นความเจริญไว้ไม่อยู่แล้ว ทุกด้าน สิ่งที่
ผมติดใจ และชื่นชอบในคำตอบของเขามาก

ด้านนายยะเสอะกล่าวว่า ดีใจที่ชนะคดี แต่ไม่รู้ว่า คพ.จะอุทธรณ์หรือไม่ ไม่อยากให้
อุทธรณ์ เพราะเวลานี้ ชาวบ้านก็ยังดื่มน้ำและหาอาหารจากลำห้วยไม่ได้ ต้องซื้อน้ำ
ขวด และซื้อกับข้าวจากรถกับข้าวที่พ่อค้าจากในเมืองไปขาย เมื่อถามว่า คิดว่าค่าชด
เชยที่ได้คุ้มหรือไม่ที่ต่อสู้มา 4 ปี นายยะเสอะกล่าวว่า 'ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ชาวบ้านไม่ได้
กินอะไรมากมาย ตั้งใจว่าถ้า คพ.อุทธรณ์ก็จะเอาเงินทั้งหมดไปตั้งเป็นกองทุนดูแล
เรื่องสุขภาพและอาชีพชาวบ้านคลิตี้ทั้งหมด

อ่านแล้วคิดเอาเอง

วันศุกร์, เมษายน ๒๕, ๒๕๕๑

ถ้าผมไม่อยากตัดผมสั้นไปโรงเรียนมัธยม ผมควรจะ

  1. ประท้วงโดยการไม่ตัดผม ไว้ผมยาว
  2. ประท้วงโดยการไม่สวัสดีคุณครู
  3. เขียนบทความลงหนังสือหรือเว็บ แสดงความไม่เห็นด้วย
  4. เขียนบทความลงหนังสือหรือเว็บ ด่ากฎและผู้ถือปฏิบัติ
  5. ทำหนังสือยื่นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนให้ทบทวนกฎระเบียบต่าง ๆ โดยผ่านประธานนักเรียน
  6. ทำแบบฮิรุม่า

ถ้านักเรียนเลือกข้อ ... ในฐานะที่เป็นครู

  1. จับนักเรียนทำโทษที่ผิดระเบียบโรงเรียน ไล่ออก
  2. อยู่เฉย ๆ เพื่อนร่วมชั้นรุมด่า
  3. เขียนบทความชี้แจ้ง
  4. อยู่เฉย ๆ เพื่อนร่วมชั้นรุมด่า เกิดเหตุการณ์แบบศึกสวนกุหลาบ
  5. รับฟังชี้แจง ร่วมแก้ไขกับนักเรียน
  6. ยอม

ที่ใดมีกฎระเบียบที่ไม่เข้าด้วยสิทธิความเป็นคน ต้องแก้ที่ระเบียบไม่ใช่ด่าคนถือปฏิบัติและควบคุม
ระเบียบ เพราะไม่ใช่หน้าที่เขาที่จะเปลี่ยนระเบียบ

กรณีข้อ 1 สุดท้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องเสียเวลามายกโทษให้ แล้วก็เอ่ยปากว่าระเบียบมัน
ล้าสมัยสมควรแก้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครแก้เพราะไม่ใช่หน้าที่ ไม่ได้เดือดร้อน แต่คนเดือดร้อนไม่
เลือกข้อ 5 เอง ดันเลือกข้อหนึ่งแล้วเดินบนเส้นขนาน

วันเสาร์, เมษายน ๑๙, ๒๕๕๑

มหาอำนาจดับ

ผมมีเพื่อนเป็นคนอิรัก อิหร่าน อียิปต์ ปากีฯ เท่าที่รู้จักกันมาสองปีทำให้เข้าใจความหมายของประโยค

เจองูกับเจอแขกให้ตีแขกก่อน

ได้เป็นอย่างดี นี่ยังไม่นับแขกอิเดียที่นับหัวคนใช้งานได้จากคนพันล้านคน

ผมเคยมีเพื่อนเป็นคนกรีก อดีตมหาอำนาจที่ปัจจุบันแทบไม่เหลืออะไรเลย เพื่อนกรีกเคยมาให้ติวข้อ
สอบให้ สอบครั้งแรกเรามีเวลาสอนไป สอบครั้งที่สองเราไม่มีเวลาบอกว่ายังไม่ได้อ่านเหมือนกัน
แล้ว อ่านช่วงสุดท้ายของเวลาที่เหลืออยู่ ปรากฎว่าเราได้ห้าสิบเพื่อนได้ศูนย์ ผลก็คือมันเลิกคบผม ก็
ไม่น่า แปลกใจเพราะระบบการเรียนที่อังกฤษนั้น คิดคะแนนรวมแล้วถ้าตกก็ตกไปเลย สอบแก้ตัวนั้น
ไม่มีอยู่ ในระบบ อย่างดีก็แค่ได้ประกาศนียบัตรหรือพูดง่าย ๆ ว่าใบแสดงว่าผ่านการเรียนที่น่าขาย
หน้ามากกว่าภูมิใจ

อิรักนับเป็นประเทศที่รุ่งเรืองมากตั้งแต่อดีต ปัจจุบันมีน้ำมันในปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของโลก เพื่อน
เล่าแบบขมขื่นว่าก่อนการมาของซัดดัม ประเทศของเขาเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ มหาวิทยาลัยเต็ม
ไปด้วยชาวต่างชาติจากประเทศซึ่งชื่อว่าเจริญแล้ว หลังจากการมาของซัดดัมทุกอย่างก็หายไป
หมด แต่คบกันมานาน ผมก็รู้ว่าเจ้านี่มันชอบโกหกแบบซึ่งหน้า เอาเป็นว่าโกหกแบบหน้าด้าน ๆ
เวลาเจอ พวกเดียวกัน(อิรัก)ก็จะโม้เกินตัวไปแบบที่ชาตินี้คงเป็นไม่ได้ เพื่อนของเขาก็จะโม้ตอบทำ
ให้ออกรสชาติมาก

เพื่อนอียิปต์นั้นพูดอย่างทำอย่าง ขโมยงานและเอาหน้า ดีอย่างเดียวคือขยันแบบเกินสองร้อย

เพื่อนภรรยาที่มาจากอังกฤษ เล่าว่าตอนนี้นักเรียนทุน กพ. ระดับปริญญาเอกจะไม่ถูกส่งไปเรียน
อังกฤษอีกแล้ว เนื่องจากประเทศนี้เก็บค่าที่นั่ง(bench fee) ในราคาที่มากกว่าค่าเล่าเรียนต่อปี 
(ค่าเล่าเรียนรวมค่ากินอยู่ระดับปริญญาเอกในเยอรมัน หกปี รวมสามล้านบาท ในขณะที่ถ้า
เรียนที่อังกฤษค่าเล่าเรียนรวมค่าที่นั่งและไม่รวมค่ากินอยู่ตกปีละสองล้าน ถ้ารวมค่ากินอยู่
ด้วยก็เรียนสามปีก็อีกปีละห้าแสน ดังนั้นด็อกเตอร์จากอังกฤษรัฐบาลจะต้องเสียเงิน 7.5 
ล้านบาท แต่รับประกันว่าจบแน่นอนภายในสี่ปี ในขณะที่ของเยอรมันหกปีอาจจะไม่จบ)
ซึ่ง
เป็นเงินที่เหนือความคาดหมายและจะกระทบต่อนักเรียนทุนประเทศอื่น เพราะใช้เงินก้อนเดียวกัน
ประเทศอังกฤษเคยเป็นมหาอำนาจที่ล้มเยอรมันได้ด้วยการวางแผน และเห็นความสำคัญของการ
สื่อสารมาเป็นอันดับต้น ๆ (อังกฤษได้เปรียบเพราะเยอรมันไม่สามารถบุกทางพื้นดินได้ และกอง
กำลัง ทางเรือสู้อังกฤษไม่ได้ ถึงแม้จะมีเรือดำน้ำแต่เรือดำน้ำก็ขนรถถังไม่ได้ ตอนหลังเจอเครื่องมือ
ตรวจ จับชนิดใหม่ของอักกฤษ เรือดำน้ำของเยอรมันก็ไร้พิษสง ถ้าเล่นเกม Free CIV จะเข้าใจ พล
ร่มจึง มีความสำคัญมาก ๆ)     

ปัจจุบันอังกฤษเป็นประเทศยากจน หากินกับนักศึกษาต่างชาติ ค่าภาษีสนามบินและค่าวีซ่า รวมทั้ง
สูบเลือดเอาจากอิรักและถ่ายทอดฟุตบอล ตัวประเทศเองมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตค่อน
ข้างมาก อังกฤษอาจจะมีข้อได้เปรียบในระยะยาวที่อาจจะดีหรือไม่ดีไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ ๆ
วิทยานิพนธ์ของอังกฤษไม่เปิดเผยถ้าไม่ได้รับอนุญาต ในขณะที่ของเยอรมันคุณจบไม่ได้ถ้างาน
ของคุณไม่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน

เพื่อนมาจากอังกฤษค่อนข้างจะตื่นเต้นกับการมาเจอประเทศที่เจริญกว่า ที่อังกฤษเมืองที่มีรถไฟฟ้า
ใต้ดินแค่สองเมือง ในขณะที่เยอรมันนั้นมีนับไม่ถ้วน ที่สำคัญเรื่องของข้อมูลข่าวสารนั้นประเทศนี้
(เยอรมัน)นั้นครบถ้วนและสมบูรณ์มาก ๆ เรียกว่าการอยู่เยอรมันนาน ๆ แล้วไปเที่ยวประเทศอื่นรอบ
เยอรมันอาจจะสร้างความหงุดหงิดให้คุณได้พอสมควร

ประเทศเยอรมันนั้นเป็นประเทศที่ชอบใช้วิธีการแก้ไขเฉพาะหน้า บ่อยครั้งที่จะพบว่าประเทศนี้มีคน
ใช้เครื่องมืออันทันสมัยเป็นอยู่คนเดียวในหน่วยงาน นักศึกษาส่วนใหญ่ที่เจอในประเทศนี้เวลาจะ
ทำงาน จะร้องของโปรแกรมสำเร็จรูปก่อนการของเอกสารทางทฤษฎีก่อนเสมอ ยกตัวอย่างเด็ก
เยอรมันคนหนึ่งรู้ทั้งรู้ว่าการใช้สัญญาณความถี่ 50 Hz ในการส่งข้อมูลจะเจอปัญหาเรื่องสัญญาณ
รบกวนขนาดใหญ่จากระบบไฟฟ้าในตัวอาคารก็ยังดันทุรังใช้ แล้วให้เหตุผลว่างานจริงใช้กลางทุ่ง
ไม่ได้ใช้ในตัวอาคาร  สุดท้ายงานของเด็กเยอรมันที่เจอส่วนใหญ่คือทำงานได้ แต่ไม่สามารถต่อ
ยอดทางทฤษฎีได้  นี่คือตัวอย่างหนึ่งของประเทศที่สร้างขึ้นจากแนวคิดของวิศวกร  (คุยจบยัง
จบแล้วจะได้เริ่มลงมือทำ
)  ซึ่งเป็นวิศวกรจริง ๆ ไม่ใช่วิศวกรคอมพิวเตอร์

ประเทศไทย คุณเชื่อผมเถอะว่าตอนนี้อั้นความเจริญไม่อยู่แล้ว ไม่กี่ปีข้างหน้าคนรวยในบ้านเมือง
เรา(มีเงินใช้จ่ายได้เป็นล้านในหนึ่งปี)ที่มีมากมายยิ่งกว่าเชื้อรา  จะผลักดันความเจริญ ในขณะที่
เจ้าเหนือหัวของเราพยายามยับยั้งความเจริญที่ไร้ทิศทาง ถ้าเราไม่ดูแลภาคการเกษตรโดยให้เงิน
สนับสนุน(ใต้ดิน)แบบยุโรปหล่ะก็ คนจะเป็นชาวนาน้อยลง ๆ เพราะสัดส่วนของลูกชาวนาที่
ทำงานในเมืองจะเยอะขึ้น ในขณะที่ปล่อยให้อาชีพทำนาเป็นงานที่ไม่พึงประสงค์ ไม่นานเราจะได้
เห็นบริษัทที่ลงทุนปลูกข้าว  และมีชาวนาเป็นลูกมือ คนในประเทศอย่างเราคงไม่เดือดร้อนเพราะ
เป็นประเทศปลูกข้าว แต่ประเทศอื่นหล่ะ สงครามโลกเริ่มแล้วซึ่งผิดคาดที่ไม่ได้เกิดจากน้ำมัน แต่
เกิดจากอาหาร 

วันพุธ, เมษายน ๐๙, ๒๕๕๑

ไม่อยากบ่น ไม่อยากว่า ขอด่าซะหน่อย

เชื่อไหมผมเคยไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติสองหรือสามครั้งจำไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะซื้อหนังสืออะไร
กันเยอะขนาดนั้น ปกติผมอ่านนิตยาสารเดือนละสองสามหัวหนังสือ แล้วอ่านหนังสือขนาด 2-4 ร้อย
หน้า เดือนละเล่ม (ไม่นับหนังสือเรียน) เรียกว่าพออ่านจบเล่มหนึ่งก็ซื้ออีกเล่มหนึ่งมาอ่าน อ่าน
หนังสือดีครับ แต่ไม่อ่านก็ไม่ตาย ฟังวิทยุก็ได้ บางรายการก็ชอบเอาหนังสือมาอ่านให้ฟัง ดูหนัง ดู
เกมโชว์ก็ดี(ไม่ดี แต่ดู MTV ต้องอวดกันไม่งั้นไม่ใช่คนมีการศึกษา) เดี๋ยวนี้กลายเป็นแฟชันไปแล้ว
ที่ไปซื้อหนังสือจากงานสัปดาห์หนังสือแล้วมาอวดกัน ทำไปทำไมวะ 

อ่านหนังสือนะดีครับ ทำอะไรก็ดีหมด ขอทีอย่าบ้าบอ เอาพอประมาณ อย่างไหนเรียกว่าพอ
ประมาณ มีจุดยืน

อย่างไหนเรียกว่าพอประมาณ อย่างอาจารย์ Kitty นี่เรียกว่าพอประมาณ แกทำของแกทุกปี และ
หนังสือก็ไม่ได้มากมาย เรียกว่าเพียงพอต่อการอ่านไป 2-3 เดือน (อ่านหนังสือไม่ใช่กินเหล้า จะได้
กระดก กระดก ต้องมีเวลาซึมและซับความเป็นเนื้อหาของหนังสือ เล่มนั้น ๆ ด้วย) อาจารย์ Kitty
ซื้อหนังสือนี่แนวเดียวกันซะส่วนใหญ่

อย่างของคุณชายขอบ เนี่ยอาจจะเกิน ๆ ไปซักนิด แต่มีแนวเพราะบอกได้ว่าซื้อมาทำไม และทำไม
ต้องซื้อแต่ออกจะแปลก ๆ ที่ซื้อคราวเดียวกันเยอะขนาดนั้น เพราะโดยปกติแล้วการได้ของมาซัก
หนึ่งชิ้นก็จะต้องมีการเปิดอ่านดู หรือพูดง่าย ๆ อ่านให้เร็วที่สุด ไม่งั้นก็ค่อย ๆ ทยอยซื้อก็ได้ นอก
จากบ้างเล่มที่อาจจะหมดตลาดถ้าไม่ซื้อตอนนั้น (หนังสืออย่างนี้มีเยอะเหมือนกัน) เสียเวลาเขียน
อธิบายน่าดูนะ ได้ประโยชน์?

อย่าง bact' เนี่ยเกินไป ถ้าพูดให้เพราะหน่อยก็ประสาท รับประกันไม่ต้องตามตรวจสอบเลยครับ มัน
อ่านไม่จบหรอก 10 ปีน่ะ  (ขอบเขตของเนื้อหามันกว้างไป ถ้าเป็นแนวทางเดียวกับที่เราสนใจขณะ
นั้นมันก็จะอ่านได้เร็ว) ดีนะที่ไม่ถึงขนาดถ่ายรูปมาอวด แล้วก็ร่ายอวดศักดาของหนังสือที่จะอ่าน
ด้วย (ทำอย่างกับว่าอ่านแล้วจะได้ดีตามหนังสือหรือรอบรู้เหมือนผู้แต่งงั้นหล่ะ อ่านสามก๊กแบบโง่ ๆ
ซักสิบจบก็ไม่ทันคนหรอกครับ--คึกฤทธิ์บอกว่าอ่านไม่รู้กี่จบ แต่อ่านเพราะว่าสามก๊กฉบับเจ้า
พระยาฯ นั้นเป็นความเรียงร้อยแก้วที่ดีมาก แกจะอ่านก่อนเขียนความเรียงร้อยแก้ว)

หนังสือนะครับอ่านแล้วต้องเก็บรายละเอียด (ผมอ่านบูมเล่มละ 4-5 เที่ยว ในหนึ่งสัปดาห์  มันมีอะไร
ซ่อนให้ค้นหาเยอะนะหนังสือแต่ละเล่มน่ะ) หนังสือบางเล่มอ่านแล้วก็โยนทิ้งกลางเล่มอย่าง "ขุนช้าง
ขุนแผน" เนี่ยอ่านไม่จบจริง ๆ มันลามกเกิน เป็นต้น

ตกลงเราซื้อหนังสือมาอ่านเพื่ออวดกันว่าเล่นนี้สุดยอดมึงต้องอ่านนะ หรือเราซื้อมาอ่านเพราะเรา
ต้องการความรู้ ความบันเทิง กันแน่  ทำอะไรก็ขอให้มันมีแนวกันหน่อย พูดให้เพราะก็ทำอะไรก็ขอ
ให้ใช้สมองกันหน่อย อย่าตามกระแสกันนัก ทำตัวเป็นคนแบบทักษิณกันไปได้

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ ๒๘, ๒๕๕๑

คนไทยรู้อะไรกันจริง ๆ กับเรื่องยูคาลิปตัส

ก่อนที่จะว่า จะด่านายสมัคร นายกล่อเป้าของเราเรื่องยูคาลิปตัส (หรือคนอื่น ๆ ก็ตาม) ของให้
ศึกษาหาข้อมูลกันซะก่อน

ตัวผมเองเคยปลูกยูคาลิปตัสขาย เคยไปรับการอบรมตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็ยังงง ๆ ว่าเดี๋ยวนี้ข้อ
มูลเรื่องนี้ ทำไมยังเหมือนเดิม ประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเก่งด้านเกษตรไม่ได้มีพัฒนาปรับปรุงพันธ์พืช
เลยเหรอ ก็เลยลองค้นดูทาง Google ว่าข้อมูลเรื่องพวกนี้มีทันสมัยแค่ไหน ก็ทันสมัยดีนี่ครับบาง
รูปบางข้อมูลก็อยู่ในช่วงสองถึงสามปีนี้เท่านั้น

ดูตาม http://www.ku.ac.th/e-magazine/nov48/agri/euca.htm ก็ได้ครับ

เว็บที่เป็นกลางที่สุดเห็นจะเป็น http://vanapoom.com/khowlage.htm

 

เราลองมาดูข้อมูลทางฝั่ง NGO บ้าง

 

http://www.thaingo.org/story/news_yuca_1094.html 

ข้อมูลและผลที่ได้ค่อนข้างจะแตกต่าง

 

หันมาให้ข้อมูลกลาง ๆ กันดีกว่าไหมครับ อย่าเอาความเชื่อมาสร้างความจริงกันเลย ที่ชอบที่สุดเห็น
จะเป็นที่นี่ http://www.vcharkarn.com/vcafe/137620 พอมีคนงี่เง่า ก็จะมีคนเตือน คน
นั้นก็จะอายแล้วจากไป

โครงการปลูกยูคลิปตัสของมูลนิธิชัยพัฒนา

การที่คนเราจะคิดอะไรนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งไม่แปลกถ้าเห็นกับตาแล้วคิด แต่อาจจะผิด
พลาดได้ แต่คนที่ไม่เห็นกับตามแล้วคิดตามความเชื่อก็น่าจะเปลี่ยนนะครับ

 

Clipboard01

ยูคาลิปตัสพันธุ์ K7 ก็เขียวและใบเยอะดีนะครับ

วันเสาร์, กุมภาพันธ์ ๒๓, ๒๕๕๑

ชอบนะ

ผมก็ถามกลับไปว่า ทำไมอเมริกาบอมบ์ญี่ปุ่นด้วยระเบิดปรมาณู 2 ลูก เกรียมไป 2 เมือง ทำไมอเมริกากับญี่ปุ่นวันนี้ถึงกลับมาเป็นมิตรกัน ทำไมไม่บอมบ์กันต่อล่ะครับ (ทำตาโต) เหตุการณ์มันก็จบที่ตัวเหตุการณ์ หลังจากนี้เราต่างเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่ไม่จำเป็นต้องทะเลาะเบาะแว้งกันต่อไป คุยกันได้ปรึกษากันได้ ทำไมเวียดนามกับอเมริกาที่เคยบอมบ์กัน วันนี้กลับมาดีกัน บิล เกตส์ ไปลงทุนในเวียดนามแล้ว โลกความเป็นจริงมันอย่างนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าประวัติศาสตร์ เรื่องในอดีตจะถูกลบเลือนไปกับความร่วมมือครั้งใหม่ ประวัติศาสตร์ก็ยังเป็นประวัติศาสตร์ การเสียชีวิตของผู้คนไม่ได้สูญเปล่าหรอก มันล้วนเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคมเราเดินมาจนถึงทุกวันนี้ได้

สุธรรม แสงประทุม

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ ๒๑, ๒๕๕๑

อดีตเปลี่ยนไม่ได้

"แต่ผมไม่เชื่อว่า ความดีงามความถูกต้องจะถูกบดบังเสมอไป ช่วงหนึ่งมันถูกบิดเบือนว่า เราเป็นคอมมิวนิสต์ ความจริงก็มีคนชักชวนมา แต่ผมเข้าไม่ได้ เพราะจะเข้าไปเพื่อต่อสู้ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันศาสนา โดยเอาระบอบคอมมิวนิสต์มาใช้ ผมไม่เห็นด้วย และที่ทหารปฏิวัติ ผมก็ไม่เห็นด้วย ผมจึงยืนหยัดอยู่กับที่ หลบหนีเพื่อเอาตัวรอด เพราะมีการพยายามตามฆ่ากันอันนี้คือความจริง "

ชวน หลีกภัย

 

ตอนนั้นคุณชวนอยู่ในฐานะอะไร เมื่อรู้แล้วคุณชวนยืนหยัดอยู่กับที่ ดีจัง