แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ blog แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ blog แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคาร, มิถุนายน ๑๐, ๒๕๕๑

ผลการแข่งขัน Thailand Interlligent Vehicle Chalenge

นักศึกษาไอที มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงทะลุรอบสุดท้ายแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศพลิกล็อกถล่มทลาย เมื่อที่หนึ่งคือทีม Arrive จากแม่
ฟ้าหลวง ในขณะที่ AIT และบางมดได้ที่ 2, 3 เหมือน
เดิม ในขณะที่ตัวเต็งแชมป์เก่าอย่างจุฬาฯ ทำได้แค่ที่
สี่ (สงสัยคนน้อยส่งแข่งหลายรายการ)

การแข่งขันแบบนี้หลายที่อเมริกานั้นตื่นตัวกันมาก ใน
ขณะที่เยอรมันก็เริ่ม ๆ แล้ว (มีทีมไปร่วมแข่งที่อเมริกา
ด้วย Urban Challenge) ทีของอเมริกานั้นมีบริษัท
เอกชนให้เงินสนับสนุนมากมาย อาจจะมีคนถามว่าทำไม แค่ต้องการสร้างรถยนต์ไร้คนขับแค่นั้น
เหรอ คงไม่ใช่

การแข่งขันแบบนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีครับ อย่างในสาขาระบบควบคุมนั้นดูเหมือนจะโดดเด่นที่สุด
ซึ่งก็คือเรื่อง Control formation ซึ่งเป็นเรื่องของการควบคุมโดยใช้เครือข่ายเซ็นเซอร์ คาดว่าการ
แข่งขันในระดับเมืองไทยยังพึ่งเริ่มต้น การใช้เทคโนโลยีวิจัยขั้นสูงคงยังไม่ได้ถูกรวมเข้าไป ของ
เรา ๆ แค่เงินสนับสนุนให้ตลอดรอดฝั่งก็ยังคงเป็นโจทย์เบื้องต้นอยู่  ซึ่งตรงนี้ประเทศเราก็ต้องค่อย
ๆ ปรับปรุงไปเรื่อย ๆ

Urban Challenge Logo

และโจทย์ในการแข่งขันนั้นก็ยังอยู่ที่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเป็น
หลัก

ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นบริษัทเอกชนสัญชาติไทยเข้าไปจับจอง
เทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยแล้วผลิตออกมาจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นเยอะแล้วพอสมควรในเรื่องของอาหารพวกของอบแห้งที่แพร่หลายอยู่ในตอนนี้ เอาใจช่วย

 

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม ๑๕, ๒๕๕๑

ประกาศเรื่องการแต่งกายของธรรมศาสตร์

ชอบครับ

เคยรู้สึกไหมครับว่าระเบียบเนี่ยมันขึ้นอยู่กับดุลพินิจเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแต่งกายมัน
ยากที่จะตัดสิน เรื่องแบบนี้ต้องรณรงค์ (อย่าเอาแต่ฝรั่ง หัดเอาแขกขาว แขกดำ มาอ้างบ้าง)
ประกาศนี้ผมชอบตรงไหน หนึ่งคือตั้งแต่เรื่องอาจารย์นกเขาแล้ว แทนที่ธรรมศาสตร์จะปิดข่าว ธรรม
ศาสตร์จะประโคมข่าวและยอมรับว่ามีจริง แล้วมีหลายราย โดยส่วนตัวแล้วชอบตรงนี้มาก ๆ คือยอม
รับแต่ไม่ได้สนับสนุน และหาทางป้องกัน พอมาถึงเรื่องนี้ธรรมศาตร์ที่ขึ้นชื่อมานานว่าแต่งตัวไม่มี
ระเบียบ ซึ่งผมรู้มานานแล้ว (ถ้าเปรียบธรรมศาสตร์ก็ต้องเทียบกับจุฬาที่เรื่องการแต่งกายตรงกัน
ข้าม อาจารย์ผมที่เมืองไทยเคยเล่าว่า อาจารย์จุฬาเคยบ่นให้แกฟังว่าเด็กจากสามพระจอมฯ พอไป
เรียนโทที่จุฬาแล้วแต่งตัวไม่เรียบร้อย ชอบใส่เสื้อปฏิบัติการไปเรียน ซึ่งอาจารย์ก็ยอมรับจะปรับ
ปรุงเด็กของตัวเองให้ ในขณะที่คุยกันก็มีเด็กจุฬาฯ เดินลากรองเท้าแตะผ่านไป อาจารย์ก็บอกติด
ตลกว่า อ้าวนั้นไง เด็กจุฬาก็แต่งตัวไม่เรียบร้อยเหมือนกัน อาจารย์จุฬาฯ ก็ตอบทีเล่นทีจริงว่า ก็ไอ้
นั่นแหละเด็กจากมหาวิทยาลัยคุณนั่นแหละ) เรื่องแบบนี้มันเป็นวัฒนธรรมของสถานศึกษาที่ฝังราก
ลึกทีเดียว อาจารย์ธรรมศาสตร์ก็คงไม่ว่าอะไรเพราะสมัยที่พวกเขาเป็นนักศึกษาก็ทำแบบนี้เหมือน
กัน

กลับมาที่ประกาศการแต่งกายที่ออกมาดีอย่างไร ดีสิครับชัดเจน บอกเลยว่าขนาดไหนเรียกว่า
กระโปรงสั้นกางเกงแบบไหนที่เรียกว่าไม่เรียบร้อย คนตรวจจะได้ไม่ต้องนั่งเถียงกัน

มีมติออกประกาศ เรื่องการแต่งกายนักศึกษา โดยหากนักศึกษาผู้ใดแต่งกายเกินขอบ
เขตอันเหมาะสม ล่อแหลมเกินควร เปิดเผยเนื้อตัวร่างกายเกินไป จนมีลักษณะไปใน
ทางยั่วยุทางเพศหรือไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่แต่งใน
โอกาสทั่วไป หรือชุดนักศึกษา นักศึกษาผู้นั้น อาจถูกห้ามขึ้นอาคารหรือเข้าห้องเรียน
หน่วยงานต่างๆมีสิทธิงดให้บริการได้ สำหรับการแต่งกายที่เกินขอบเขตอันเหมาะสม
กรณีนักศึกษาหญิงคือ เสื้อเอวลอยเหนือสะดือ เสื้อเกาะอก เสื้อสายเดี่ยว เสื้อแขน
กุด หรือเสื้อรัดรูปเกินไป กระโปรงสั้นเห็นต้นขา กางเกงสั้นเลยเข่าขึ้นมา กางเกงเล
หรือกางเกงที่เอวต่ำกว่าสะโพก ชุดนอน หรือแต่งกายที่เห็นได้ชัดแจ้งว่าล่อแหลมเกิน
ควร เปิดเผยเนื้อตัวร่างกายจนเกินไป จนมีลักษณะไปในทางยั่วยุทางเพศ กรณีนัก
ศึกษาชายคือ เสื้อแขนกุด หรือเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นเลยเข่า กางเกงกีฬาขาสั้น
หรือกางเกงเล ชุดนอน หรือแต่งกายที่เห็นได้ชัดแจ้งว่า เป็นการแต่งกายไม่สุภาพหรือ
ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะอย่างยิ่ง

กางเกงสั้นเลยเข่าขึ้นมา อันนี้อาจจะต้องเพิ่มว่า โดยเฉพาะกางเกงขาสั้นที่แยกไม่ออกว่าเป็น
กางเกงในหรือกางเกง

กางเกงที่เอวต่ำกว่าสะโพก อันนี้ต้องเพิ่มว่า โดยเฉพาะกางเกงที่ใส่แล้วเวลานั่งเปิดเผยให้เห็นร่อง
ก้น อนุโลมสำหรับผู้ที่มีก้นเนียนสวย

กางเกงขาสั้นเลยเข่า -- เน้นว่า ขอเถอะ boxer ได้โปรด มันเกินไป

นึกถึงคำพูดของอาผม

สบายนะใครก็ชอบ แต่จะทำอะไรก็ควรจะให้เกียรติกันหน่อย

วันศุกร์, เมษายน ๒๕, ๒๕๕๑

The Leaf's Origins

Senju Hashirama the tree element user who became the first hokage, the greatest ninja of his time and the only man I had ever admired.--Tobi

วันพุธ, เมษายน ๒๓, ๒๕๕๑

Space Shuttle Buran on Ship, Road

เมื่อวานดูสารคดี (จริง ๆ ข่าวมันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว) นึกว่าเยอรมันซื้อกระสวยอวกาศของ NASA
มาตั้งโชว์ ปรากฎว่าเป็นของรัสเซีย โอกาสดีมาอีกแล้ว ไว้ว่าง ๆ จะพาไอ้ตัวน้อยไปดูไอ้เจ้าซากที่มี
ราคาค่าตัว ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง 10 ล้านยูโร (ปาเข้าไป 15.8 ล้านเหรียญแล้ว)

ภาพทั้งหมดจาก Spiegel Online 

After travelling above and around the Earth the Soviet-era space shuttle Buran made one last journey: across Germany to its final destination, the Technical Museum in Speyer. Here it passes Cologne Cathedral.The Buran was developed by the Soviets in the 1970s. It is a near-copy of US space shuttles from that period. But it was too expensive to ever go into regular service.

ด้านล่างเป็นเรื่องราวจริง ๆ ของกระสวยอวกาศลำนี้ ที่ไม่ตรงกับข่าวลือเกี่ยวกับกระสวยอวกาศ
เท่าไหร่นัก

 

The Buran -- the name means "blizzard" in Russian -- was built by the Soviet Union as a near-copy of the American space shuttles that made its first flight in 1977. The Soviet Union feared that US space shuttles would be used for military purposes, and began developing their own copycat spacecraft technology in the late 1970s.

The shuttle which is on its way to Speyer is named the Analog Buran. One of several test models, it made 25 suborbital flights between 1985 and 1988, before the program was abandoned as the Soviet Union broke apart.

A decade later, a team of Australian entrepreneurs purchased the Analog Buran and put it on display during the 2000 Summer Olympic Games in Sydney. However poor ticket sales grounded their plans to take the shuttle on tour, and it sat neglected for a year until a new company purchased it and moved it to Bahrain. There, it anchored an exhibit during a summer festival in 2002, before being shipped to a junkyard to wait out a legal dispute between its new owners and its Russian manufacturers.

The Buran languished in the junkyard for almost five years, until the German museum secured its purchase and arranged for it to be sent by ship and barge to Speyer.

The spacecraft started its slow seaborne journey last month. It was disassembled and lowered into the hull of a ship that took it through the Suez Canal and the Strait of Gibraltar, then around Portugal, through the English Channel and on to Rotterdam.

At midday Monday, the Buran was floating past Xanten, a town in the German state of North Rhine-Westphalia.

The museum is building a new exhibition hall to house the Russian space shuttle alongside items like space suits and model satellites. "Apollo and Beyond," as the permanent exhibit will be called, is scheduled to open to visitors this summer. -- จาก Spiegel Online

อ่านจบแล้วมันเป็นกระสวยอวกาศพเนจรนี่เอง

วันอังคาร, มกราคม ๐๑, ๒๕๕๑

ผลงานปี 2007 เป้าหมายปี 2008

การตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นปีในบล็อกนั้น ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะไม่เคยเปิดอ่าน สิ่งที่ต้องทำมันก็ต้องทำตามกระบวนการของมันอยู่แล้ว สิ่งที่ปีที่แล้วตั้งเป้าไว้

  1. ส่ง paper ไป IFAC 2008 ที่เกาหลี สรุปไม่ได้ส่ง แต่ได้โบนัส CDC 2007 แทน
  2. โชว์ผลงานที่มีน้ำมีเนื้อกลางเดือนกุมภาพันธ์ ไม่มีเนื้อเลย
  3. สรุป Journal paper ของเพื่อนเยอรมันที่โยธา สรุปแล้วแต่ยังไม่ได้ส่ง
  4. ไปเที่ยวปารีส สนุกมากแต่เขียนบล็อกยังไม่พ้นวันแรกเลย
  5. ทำงานวิจัยให้ได้มากกว่าอาทิตย์ละ 35 ชั่วโมง ตก
  6. อ่านบทความภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ก็มากขึ้นหน่อย
  7. แบ่งเวลาให้งานวิจัย ครอบครัว สังคม ส่วนตัว ให้ครอบครัวเยอะไปหน่อย
  8. พายเรือหน้าร้อน ได้ไปพายกับภาควิชานะ มีฉากเสียวด้วย
  9. ทำให้ลูกติดให้ได้ ลูกค่อนข้างติดนะ
  10. เขียนบทความเกี่ยวกับ LaTeX ให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้น ก็ดีขึ้นนิดหน่อย

สรุปปี 2008 เรื่องงานและเงินเป็นเรื่องที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย ยังดีที่ได้ CDC มาหนึ่งอัน เรื่อง
ครอบครัวก็ถือว่ายังมีความสุขเหมือนเดิม ความรู้สึกตั้งแต่จีบกันยังไงก็ยังรู้สึกอย่างนั้น ลูกชายก็โต
ตามวัย แต่เสียอยู่อย่างเดียวคือมันเจ้าชู้ไปหน่อย เรื่องเกี่ยวกับสังคมนั้นรู้สึกยิ่งไปยุ่งมาก งานวิจัยใน
สาขาที่เกี่ยวข้องก็แย่ลงไปตามตัว ก็เลยแค่อ่านแต่ไม่ยุ่งดีกว่า มีเรื่องแย่ปลายปีคือโรคภัยไข้เจ็บ
เจ็บตีนเป็นหูด

ความตั้งใจสำหรับปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่ยากที่สุดในชีวิตก็คงมีแค่

  1. ทำงานให้เห็นแววจบ
  2. ไปเที่ยวยุโรปอีกซักประเทศสองประเทศ
  3. อ่านบทความภาษาอังกฤษให้มากขึ้น
  4. ทำสมาธิให้ยาวขึ้น โดยเฉพาะตอนทำงาน

จริง ๆ ไม่ต้องกำหนด ไอ้เรื่องแบบนี้มันก็เป็นไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็นอยู่แล้ว

วันเสาร์, ธันวาคม ๐๑, ๒๕๕๐

Apacer Handy Drive ที่รัก

ในที่สุดเจ้า Handy Drive (ชื่อเรียกตอนซื้อ) ตัวอ้วน ๆ น่ารัก ๆ ยี่ห้อ Apacer ขนาด 64 MB ที่
ซื้อมาในราคาหลักพัน (จำไม่ได้ว่าถึงสองพันหรือเปล่า) ก็มีอันต้องปลดระวาง ทั้งนี้เพราะงาน
ที่ทำต้องเก็บข้อมูลขนาด 500 กิโลไบต์หลาย ๆ ชุด บางทีก็ไม่สะดวกนักที่จะต้องลบ ๆ
เขียน ๆ เพราะห้องทำงานกับห้องทดลองอยู่ไกลกันขนาดเดินขึ้นเดินลงแล้วผอม จริง ๆ ผม
ชอบลักษณะของมันหลายอย่างอยู่เหมือนกัน

  1. ตัวอ้วนดี จับถนัดมือ และสังเกตได้ง่าย
  2. มีสายคล้องคอมาให้ตั้งแต่ตอนซื้อ พกไปไหนมาไหนสะดวก
  3. มีไฟสัญญาณบอกว่าทำงานอยู่หรือไม่ทำงาน

จะว่าไปก็ใช้จนคุ้มแล้ว ตั้งแต่สมัย Windows 98 โน่น ก็น่าจะยอมให้เขาพักได้แล้วหรือไม่ก็ส่งให้
เจ้าหมาอ้วนไปใช้งานแทน (เสียบ USB mouse ใช้เองเป็นนะเอ้า)  ก่อนที่มันจะตายคาเต้าเสียบ

                           USM-J

จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้ฤกษ์ซื้อของใหม่ซะดี นี่กว่าจะซื้อได้นี่ดูแล้วดูอีกหลายเดือนแล้วนะ
ประมาณว่างก ไม่จ่ายเงินสนองความเท่แบบใครหลาย ๆ คน

วันนี้ได้ถอย USB Stick ยี่ห้อ Sony ขนาด 1 กิกะไบต์ราคา 9 ยูโร มาใช้ เนื่อง
จากมันลดราคาและก็ควรแก่เหตุ เลือกซื้อเพราะหน้าตากับยี่ห้อเป็นหลัก (เหมือน
คุณภรรยาที่เลือกผมเพราะหน้าตาเป็นหลัก แต่หลักอะไรก็ไม่รู้) จริง ๆ แล้วมันมีของ
Verbatim Store 'n 'Go 1GB ราคา 7 ยูโร ตามรูปทางด้านซ้ายมือ ถูกแต่สอบ
ไม่ผ่านเรื่องหน้าตากับรูปร่าง (เล็กไป ไม่เหมาะกับผม) ก็เลยเลือกตัวข้างบนแทน
ก่อนซื้อก็พยายามใช้ GmailDrive ตอนแรกก็ใช้ได้ดีแต่อยู่ดี ๆ ก็ใช้ไม่ได้ Google
ไม่ยอมให้ใช้แล้วหรือเปล่าไม่รู้ ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ Gspace ปรากฎว่า login ที่เครื่องข้างล่างไม่ได้
เฉย ก็เลยกลับมาใช้เจ้าอ้วน Handy Drive ตัวเก่า ตอนซื้อก็กลัว ๆ นะ เพราะเจ้าตัวใหม่เนี่ยมันจะ
บีบอัดข้อมูลก่อนใช้ เมื่อวานอาจารย์เอาของอาจารย์มาเสียบที่เครื่องแล้วก็บ่น ๆ ของของแกมัน
จะบีบอัดข้อมูลก่อนเก็บ ทำให้ช้ามาก ๆ ไม่รู้ยี่ห้ออะไร เมื่อกี้ลองใช้เจ้าตัวใหม่แล้วก็เร็วดีไม่ต้อง
กังวลอะไร (จริง ๆ ช้าไม่กลัวนะ แต่กลัวไม่ทน เป็นคนประเภทเปิด Windows แล้วเดินไปชง
กาแฟก่อนมา login แล้วไปเข้าห้องน้ำแล้วค่อยกลับมาใช้เครื่อง) ก็เป็นอันว่ามีของใหม่มาใช้แล้ว

วันพุธ, พฤศจิกายน ๒๘, ๒๕๕๐

อเมริกันเซ็นเซอร์

จริง ๆ ผมชอบดูการแสดงมวยปล้ำมาก เพราะมันมีเรื่องราวให้น่า
ติดตาม ตอนอยู่เมืองไทยก็ดู อยู่อังกฤษก็ดู อยู่เยอรมันยังแอบดู
อีก เดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูตั้งแต่มีลูก

เมื่อวานมีโอกาสได้ดูระหว่างตากผ้า ก็เลยดูซะหน่อย เปิดไปเจอ
การแข่งขันประเภทคู่ โดยคู่ของ Hardy กับ MVP เสียแชมป์ไป
ทำให้ MVP โกรธและทำร้าย Jeff Hardy แบบที่ต้องเรียกว่าทารุณ บางฉากขนาดหลังสี่ทุ่มแล้ว
ยังต้องสลับไปที่หน้าคนดูเพราะมันหวาดเสียวมาก ที่น่าตกใจคือคนดูบางกลุ่มอายุไม่ถึงสิบขวบด้วย
ซ้ำ เด็กบางคนยังขี่คอพ่อดูเวทีอยู่เลย ฉากต่อไปเป็นการต่อสู้ของ บาติต้า ขวัญใจประชาชนฝ่ายดี
เอาชนะ M. Henry ด้วยการเอาเข็มขัดแชมป์ฟาดหัวต่อหน้าต่อตากรรมการ เรียกได้ว่าผิดกติกานั่น
แหละ (เมื่อก่อนไม่ได้นะถูกจับแพ้)  เสร็จแล้วยังไม่สะใจลาก Henry ไปซ้อมด้วยเก้าอี้ข้างเวทีอีก

เขาไม่กลัวกับบ้างเหรอครับว่าเด็กเล็ก ๆ วัยยังไม่เข้าสู่วัยรุ่นจะจดจำภาพของฮีโร่ของเขาทำผิด
กติกา ใช้อาวุธทำร้ายคู่ต่อสู้ (เมื่อก่อนไม่ค่อยมีนะ ฝ่ายธรรมะจะเล่นตามกติกาตลอด) เห็นอย่างนี้
แล้วเขาจะจัดเรตหนังไปทำไม ในเมื่อลูกเล็กเด็กแดงเข้าไปดู WWE ได้แบบนั้น ถึงจะมีผู้ปกครอง
ดูอยู่ข้าง ๆ ก็เถอะ

วันจันทร์, พฤศจิกายน ๒๖, ๒๕๕๐

หลายคนไม่รู้ว่า

หลายคนไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วค่าใช้จ่ายในการโฆษณาบน Adword มันถูกมากเลยนะ ยิ่งเป็นคำไม่ดัง
แล้วหล่ะก็ 1 ยูโร คุณก็โฆษณาได้หลายวันแล้ว

Minix on AdWord | Isriya Paireepairit

วันจันทร์, ตุลาคม ๒๙, ๒๕๕๐

เฮลิคอปเตอร์จิ๋ว

Dragonfly Remote Control Helicopterเห็นข่าว เฮลิคอปเตอร์จิ๋ว ของเดลินิวส์แล้วอดขำไม่ได้ ถึงจะเป็นข่าว
เล็ก ๆ แต่ก็ไม่รู้หลับหูหลับตาลงไปได้อย่างไร เพราะว่าถ้าใครเข้า
Amazon ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ย้ำนะครับว่าหลายเดือนแล้ว
คุยจะพบผลิตภัณฑ์ขายดีเหล่านี้ วางขายกันเป็นสิบ ๆ รุ่น  ขนาดก็
ไม่ต่างจากที่เดลินิวส์นำเสนอหรอกครับ โอเคเป็นเรื่องของญี่ปุ่นเขา
แต่ก็ไม่น่าจะเอามาลงเป็นข่าวไอที-วิชาการซึ่งเสมือนหนึ่งเป็นเรื่อง
ใหม่นะ

อีกข่าวที่น่าตกใจว่าเขียนพาดหัวได้อย่างไรคือ ผลจัดเรตติ้ง..คุณภาพวิจัย มหิดล-จุฬาฯ
กินรวบ
นี่ของประชาชาติธุรกิจ แล้วลองดูพาดหัวของมติชน เผยผลจัดเรตติ้งม.'วิทย์-เทคโนฯ'
'มธ.-มม.-มอ.-มจธ.-จุฬาฯ' อยู่ระดับ 'ดีมาก'
มติชนพาดหัวได้ดีกว่าแต่เนื้อหาสับสนพอกัน
นี่หนังสือพิมพ์เครือเดียวกันนะครับ ลองไปอ่านเนื้อข่าวแล้วตัดสินใจเอาเองว่าพาดหัวข่าวได้
น่าเกลียดขนาดไหน

วันอาทิตย์, ตุลาคม ๒๘, ๒๕๕๐

เดินเที่ยววันอาทิตย์

อาทิตย์นี้เป็นวันอาทิตย์ที่ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะขยันหรอกแต่เป็นเพราะเวลามันเปลี่ยน เดิน
ช้าลงหนึ่งชั่วโมง นั่นหมายถึงเวลาที่เมืองไทยเร็วกว่ายุโรปหกชั่วโมงแล้ว คนดูบอลก็ต้องนอนดึกขึ้น
นะครับ

อาทิตย์ที่แล้วผมได้พาน้องนีรปั่นจักรยานไปอีกฟากของเมือง แล้วได้แวะพักสนามเด็กเล่นไปสองจุด
(สนามเด็กเล่นเหล่านี้แลกมาด้วยเงินภาษีรายเดือนที่ค่อนข้างสูงทีเดียว) อาทิตย์นี้เราเปลี่ยนทิศไป
ยังทะเลสาบ อากาศวันนี้นอกเสียจากว่าหนาวมากแล้วก็ดีไปหมด แม่น้องนีรก็เลยขอออกไปออก
กำลังกายด้วย กว่าจะจับเจ้านีรแต่งตัวได้ก็เล่นเอาเหนื่อย พอเจ้าตัวน้อยออกไปนอกบ้านได้เท่านั้น ก็
วิ่งรี่ไปหาจักรยานส่วนตัวทันที บอกให้ไปนั่งคันใหญ่ก็ไม่ไป ผลก็คือต้องไปกันสามคนพร้อมจักรยาน
สองคัน (อาทิตย์หน้าจะได้เพิ่มมาอีกคันจากอีเบย์)

ทางไปทะเลสาบค่อนข้างไกล ผมก็เลยสลับกับแม่น้องนีรขี่จักรยาน ในยามนี้ตลอดสองฝั่งถนนจะเต็ม
ไปด้วยใบไม้ร่วงหลากสีสมกับเป็นฤดูใบไม้ร่วงจริง ๆ แต่ก็สวยแปลกตาไปอีกแบบ (อยู่มาสีปีก็พึ่งปีนี้
แหละที่ได้ออกมาดู ขอบคุณจักรยานจริง ๆ )

ตอนนี้ก็กลายเป็นว่าคุณแม่ขี่จักรยานคันใหญ่นำหน้า ส่วนเจ้านีรก็ไถจักรยานตามหลังคอยหาจังหวะ
ที่แม่หยุดคอยหรือเผลอคอยจะแซงตลอด ไปกันได้สักพักเราก็มาถึงทะเลสาบใหญ่อันเป็นหัวใจของ
เมืองฮาร์บวร์กแห่งนี้ เนื่องจากวันนี้อากาศดีผู้คนเลยคราคร่ำเต็มรอบทะเลสาบไปหมด ที่สำคัญเรา
เจอท่านศาสตราจารย์ อาจารย์ที่ปรึกษาของผมด้วย แฮะ ๆ เจอกันบ่อยจริง ๆ เที่ยวนี้พาลูกสาวมาขี่
จักรยานเล่นเหมือนกัน

มีเป็ด นก ห่าน เต็มไปหมดเลย ทีนี้น้องนีรเป็นฝ่ายเหนื่อยบ้าง เพราะว่าไถจักรยานมาร่วมกิโลฯ เรา
เลยแวะพัก ให้เจ้าน้องนีรได้ไถก้นบนกระดานลื่นแทนจักรยานสักพัก ส่วนคุณภรรยาก็ปอกลูกแพรแจก
คุณพ่อและคุณลูกกินกันเป็นที่เอร็ดอร่อย พออิ่มแล้วเราก็ออกเดินทางต่อไป

เส้นทางที่เหลือเป็นการเดินทางรอบทะเลสาบ กินระยะทางเกือบสองกิโล เจ้าเด็กน้อยวัยสามขวบ
ของเราก็สู้สุดฤทธิ์ ไถจักรยานคันเก่งไปได้เรื่อย ๆ แบบไม่ยอมเหน็ดยอมเหนื่อย ทั้ง ๆ ที่เส้นทาง
ต้องขึ้นเขาลงห้วยอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะเห็นขุนเขาหรือภูผา น้องนีรก็ยังใจสู้และยิ้มได้เสมอ

พอครบรอบ เจ้าน้องนีรก็หอบเหนื่อย เราเลยจำใจควักเงินซื้อ waffel กินกันคนละอัน ซึ่งถึงแม้จะแพง
จับใจแต่สำหรับลูกน้อยที่ตอนนี้หิวโหยและหนาวเป็นที่สุด ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่า waffel ร้อน ๆ หล่ะ
ครับ

เจ้านีรกินไปสั่นไป เพราะโต๊ะที่ทางร้านนำมาตั้งนั้นอยู่ใต้ลม นอกจากอากาศที่หนาวแล้วยังมีลมพัด
ตลอดเวลาอีกด้วย ตอนแรกเรากะจะกินกันแค่สามคนสองชิ้น แต่เนื่องจากเจ้านีรหิวมากก็เลยขอเพิ่ม
อีกอัน ซึ่งไอ้ชิ้นที่สองนี่เองที่ทำให้หนังท้องของน้องนีรตึง หนังตาก็เลยหย่อน ท่านเลยยอมขึ้นไป
นั่งจักรยานคันใหญ่แต่โดยดี และผมก็เลยต้องรับหน้าที่หิ้วจักรยานคันน้อยของเจ้านีรกลับบ้าน ใน
ขณะที่คุณแม่น้องนีรก็ต้องปั่นจักรยานขึ้นเขาลงห้วยแทนการวิ่งออกกำลังกายสมใจไป

วันจันทร์, กรกฎาคม ๒๓, ๒๕๕๐

ช่วงนี้ได้ดูหนังสองเรื่อง - เปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วน

Troy - ดูถึงตอนเฮกเตอร์ตายแล้ว ถ้าจะไม่ดูต่อก็ไม่มีความผิดอันใด หนังเรื่องนี้เหมาะมากสำหรับ
คนที่ชอบดูผู้ชายเปลือย เฮเลนในเรื่องสวยจริง ๆ แต่บทส่งให้คิดว่าเมื่อไหร่จะเป็นชู้กับเฮกเตอร์ซักที (ฮา) ไม่รู้เหมือนกันเรื่องจริงเป็นอย่างไร แต่ตลกตรงที่ Achilles ไปท้าสู้กับเฮกเตอร์ถึงหน้า
ประตูเมือง โดยที่ชาวเมืองทรอยตั้งตัวรออยู่แล้ว แล้วเฮกเตอร์ก็ออกไปดวลกันสองต่อสองตาย
ปารีสซึ่งซ้อมยิงธนูตั้งแต่เมื่อวานจนดึกจนดื่น ไม่ได้ยิงแก้แค้นให้พี่ชายทั้ง ๆ ที่ อะคิลิส ไม่ได้
เคารพศพของพี่ชายเลย แล้วจะมีฉากซ้อมยิงธนูทำไมฟะ ทหารทรอยก็ปล่อยให้เค้าลากเอาศพ
ผู้นำตัวเองไปเฉย ในขณะที่กรีกทำกลศึกม้าไม้และมี อะคิลิส ลอบเข้าไปด้วยเพื่อช่วยเมียรัก
(เรื่องจริงตายเพราะถูกปารีสยิงที่ส้นเท้า) ผู้นำกรีกตายเพราะเมียรักของอะคิลิส ด้วยท่าแทงที่
อะคิลิสใช้ในตอนเริ่มต้นของหนัว จากหนังที่พอดูได้กลายเป็นน้ำเน่าทันที จากน้ำเน่าก็กลายเป็น
โจ๊กด้วยท่าตายสุดเท่ของอะคิลิส

War of the worlds - หนังชีวิตที่ดูได้ทั้งเรื่อง แต่เนื้อเรื่องแบบเดิม ๆ คือชนชั้นกรรมาชีพ เป็น
พระเอกมีความสามารถมากกว่าทหารพร้อมรบ มีปัญหากับครอบครัว แยกทางกับภรรยา มีลูก ๆ ที่มี
ปัญหาการดำเนินชีวิต กลับมาเข้าใจกันตอนจบ หนังน้ำเน่าใช้ได้ (แต่คิดว่าของเก่าดูดีกว่าพอ
สมควร) ฉากขาดไปสองสามฉากคือฉากประธานาธิบดีออกมาพูดและตัดสินใจ ฉากเครื่องบินรบ
เอฟ 18 ต่อสู้กับหุ่นยนต์ต่างดาว นักวิทยาศาสตร์ที่ลุยไปเก็บข้อมูล ถ้ามีหล่ะก็ มันก็จะกลายเป็น
หนังอีกเรื่องเลยนะ แต่จะสนุกกว่า และก็มีฉากมั่ว ๆ หลายฉากเช่นกล้องถ่ายวีดิโอใช้ได้เฉย ใน
ตอนที่พระเอกไปดูอุกกาบาตตก และเครื่องบินที่ดันไปบินผ่านจุดที่มีปัญหา หนังมั่วสุด ๆ ก็ตอน
ร็อบบี้รอดตายและกลับบ้านแม่ได้ก่อนพระเอก นกบ้าอะไรบินไปเกาะหุ่นของต่างดาวที่อยู่สูงขนาด
นั้นเป็นฝูง พระเอกดันเห็นอีกว่าเป็นนก แถมรู้อีกว่าบาร์เรียไม่มีแล้ว ตาดีจริง ๆ แต่ที่ไม่น่าให้อภัย
สุด ๆ ก็คือลูกสาวพระเอกไม่ได้ฉี่เลยตลอดเรื่อง ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์มีฉากพยายามฉี่อยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมี
ทำไม

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ ๑๖, ๒๕๕๐

แม่แกน่ะ ไม่ได้ทำงานที่นี่นะ

ถ้าเป็นบ้านเราเมื่อห้องน้ำสกปรก ก็มักจะมีป้ายบอกว่า "โปรดรักษาความ
สะอาด" หรือ "โปรดช่วยกันทำความสะอาด" วันนี้ไปเข้าห้องน้ำ มีป้ายติด
ว่า

แม่แกน่ะ ไม่ได้ทำงานที่นีนะ
การรักษาความสะอาดน่ะ เป็นเรื่องของทุกคน

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามีขี้ติดโถส้วม ในจุดที่ใช้แปรงทำความสะอาดยาก หรือไม่ก็
มีคนปวดขี้ห้องส้วมเต็มแล้วขี้ไม่ได้ เพราะมีขี้ติดโถอยู่(ผมเข้าใจความรู้สึก
นี้ดี) และก็รู้ด้วยว่าเป็นการกระทำของคนชาติไหน ก็ชาติทั้งหลายที่ไม่
ถนัดการนั่งโถส้วมแบบชักโครก หรือไม่ก็คนที่กลัวความสกปรกเข้าหาตัว
เอง แต่ไม่คิดว่าความสกปรกของตัวเองจะไปหาคนอื่น ไปนั่งยองแล้วขี้ติด
โถแต่ไม่ยอมเช็ดหรือล้างให้สะอาด

แต่ก็ยังทำใจกับความเท่าเทียมกันไม่ได้อยู่ดี ลองนึกดูว่าอธิการบดีเขาไป
นั่งอึ(ขี้)แล้วมาอ่านเข้า ถ้าเป็นที่เมืองไทยอธิการบดีคงเต้นเป็นเจ้าเข้า คน
ติดคงโดนเรียกมากตักเตือน ถ้าเป็นช่วงมีงานก็คงโดนไล่ออกทีเดียว

ที่ภาควิชาฯ (ที่เยอรมัน) เคยมีติดที่ภาคฯ ว่า

แม่กับเมียแกน่ะ ไม่ได้ทำงานที่นี้นะ
ล้างแก้วด้วย

พวกเราที่มีเมียเต้นเป็นเจ้าเข้า โชคดีที่ตอนนั้นผมอยู่เมืองไทย ไม่โดนกล่าวหาไปด้วย

นึกถึงตรงนี้ก็รู้เลยว่าใครติด

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ ๑๕, ๒๕๕๐

ย้าย

เมื่อ wordpress มันมีปัญหา ก็ย้ายกลับมาบ้านเดิมที่ blogger